
ชงครม.ชะลอห้ามใช้ความเค็มเลี้ยงกุ้ง
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จะเสนอ ครม. เพื่อชะลอการบังคับใช้มาตรการระงับการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบความเค็มในพื้นที่น้ำจืด แม้จะมียกเว้นกรณีที่มีการเพาะเลี้ยงอยู่ให้มีการเก็บผลผลิตภายใน 120 วันก่อนมติบังคับใช้เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งหมดโดยจะหารือต่อในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานก่อนเพื่อนำความเดือดร้อนนี้เข้าที่ประชุมครม. ให้ระงับการบังคับใช้ไปก่อนซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้กรมประมงไปหารือกับกรมพัฒนาที่ดินเอาผลการศึกษาเบื้องต้นมาดูเพื่อเสนอครม.ในเร็วๆนี้ต่อไป
ทั้งนี้ มติครม.ระบุต่อว่า ระหว่างการสั่งระงับนั้น หากกำลังอยู่ในระหว่างช่วงการเพาะเลี้ยงให้ดำเนินการได้ในแต่ละช่วงและจับสัตว์น้ำให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ตาม ที่กระทรวงทรัพย์ฯ เสนอ ทั้งนี้ ยกเว้นการเลี้ยงสัตว์น้ำในโรงเพาะฟักสัตว์น้ำบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของทางราชการ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน โดยไม่มีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นและจัดให้มีระบบการบำบัดและควบคุมการปล่อย น้ำทิ้ง ตลอดจนมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อมและพื้นที่ใกล้เคียงด้วย โดยให้อำนาจกับผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจในการสั่งระงับได้ และให้กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน ทำ การศึกษาจัดทำแผนแม่บทในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศที่คำนึงถึงศักยภาพ ของพื้นที่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการศึกษาผลกระทบจากการใช้ความเค็มในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขต พื้นที่น้ำจืดโดยเร่งด่วนต่อไปและให้กระทรวงเกษตรฯเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการดังกล่าว ซึ่งในการประชุมคณะอนุกรรมการฯที่ผ่านมาตัวแทนผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์ น้ำ ตัวแทนสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง ตัวแทนสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งฯลฯ แสดงความไม่เห็นโดยระบุว่าหากไม่มีการทบทวนก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงกุ้งของไทย
นายพณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยกล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งของไทยถือว่าที่ 1 โลก ทั่วโลกให้การยอมรับในมาตรฐานการเลี้ยงแต่ หน่วยงานของไทยกลับบอกว่าไม่ดีกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากมีมติเช่นนี้ ก็เลี้ยงอะไรไม่ได้ กระทบต่อการส่งออกของกุ้งไทยทั้งหมด และขณะนี้ไม่มีกุ้งอะไรให้เลี้ยงแทนแล้ว







