
สินเชื่อจมน้ำ5.7หมื่นล้านบาท
ธปท.ไม่ห่วงหนี้เสียพุ่งเชื่อคุมได้ผ่อนเกณฑ์จ่ายงวดบัตรต่ำ10%
โพสต์ทูเดย์
— ธปท. เผยสินเชื่อกระทบน้ำท่วม 5.7 หมื่นล้านบาท อนุญาตให้ลูกหนี้บัตรเครดิตชำระหนี้ขั้นต่ำน้อยกว่า 10% ได้ถึง มิ.ย.ปีหน้านางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบผลกระทบปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศ พบว่ามีลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมใช้สินเชื่อกับธนาคารทั้งระบบ 5.7 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 0.71% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบในปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 8 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ใช้สินเชื่อเหล่านี้น่าจะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่มากนัก เพราะธนาคารส่วนใหญ่จะมีมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขให้ลูกค้าที่ประสบปัญหาเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว
“
ถึงสินเชื่อทั้งก้อนที่ปล่อยกู้ให้กับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมจะเป็นหนี้เสียหมด ก็คิดว่ายอดเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นไม่มาก เพราะเทียบกับสัดส่วนสินเชื่อรวมแล้วถือว่ามีสัดส่วนน้อยมาก แต่ตัวเลขหนี้เสียที่แท้จริงเราไม่ได้สำรวจ แต่จากข้อมูลเบื้องต้นที่ถามจากธนาคารส่วนใหญ่บอกว่าน่าจะเสียไม่มาก เพราะธนาคารเองก็มีกระบวนการดูแลประคองลูกค้าค่อนข้างดีอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้เป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว” นางสาลินี กล่าวนางสาลินี กล่าวว่า วิธีที่ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ นำไปช่วยเหลือดูแลลูกค้าตัวเองในพื้นที่น้ำท่วม มักจะเป็นการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้ลูกค้า การยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ รวมถึงแนวทางอื่นๆ ที่สามารถประคองธุรกิจของลูกค้าให้ไปต่อได้ ถือเป็นการบรรเทาภาระของลูกค้าในเบื้องต้นได้ ส่งผลให้สินเชื่อที่มีคุณภาพยังดีอยู่
ประเด็นที่สำคัญ สินเชื่อในหลายธุรกิจอยู่ในประเภทธุรกิจที่คึกคักและขยายตัวได้ดีแม้ว่าจะประสบปัญหา เห็นได้จากพื้นที่ภาคใต้ เช่น จ.สงขลา ยอดขายรถปิกอัพยังเติบโตดี ขณะที่ราคายางพาราก็เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้ายังสามารถชำระหนี้ได้ หรือประคองภาระชำระคืนไปได้ ไม่เป็นปัญหามากนัก
ทั้งนี้ รายงานของ ธปท. ระบุว่า การขยายตัวของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ ล่าสุดในเดือน ต.ค.ปีนี้ยังขยายตัวได้ดี โดยสินเชื่อภาคครัวเรือนยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์และที่อยู่อาศัย ขณะที่สินเชื่อที่ให้แก่ภาคธุรกิจก็ยังขยายตัวได้ดีเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา แบ่งเป็นเดือน ส.ค. ขยายตัวที่ 0.5% เดือน ก.ย. 0.9% และเดือน ต.ค. 1.6% คาดว่าแนวโน้มสินเชื่อในระยะต่อไปจะเติบโตได้ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ด้าน น.ส.พิมพา ถาวรายุศม์ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. ได้ออกประกาศขอความร่วมมือกับสถาบันการเงินและบริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ทุกแห่ง ให้ความช่วยเหลือกับลูกหนี้สินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ประสบปัญหา 51 จังหวัด ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยประกาศไว้ คือ ข้อแรก ธปท.ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจการปล่อยกู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ให้ดูแลลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย และให้มีการพิจารณาช่วยเหลือตามความจำเป็น เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ เป็นต้น
ข้อสอง ธปท.อนุญาตให้ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่าเกณฑ์กำหนดที่ 10% ของยอดคงค้างได้
สำหรับหลักเกณฑ์การชำระหนี้บัตรเครดิตในปัจจุบัน ธปท.กำหนดให้ลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิตต้องชำระหนี้ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 10% ของยอดหนี้คงค้าง และให้คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 20% ต่อปี
แต่ธนาคารและนันแบงก์จะผ่อนผันหรือไม่ ให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต โดยการผ่อนผันดังกล่าว ธปท.เปิดให้ทำได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2554 เท่านั้น
การผ่อนผันดังกล่าวเป็นไปตามคำร้องขอที่ชมรมธุรกิจบัตรเครดิตได้มีหนังสือขอผ่อนผันการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตมายัง ธปท.ก่อนหน้านี้







