
กลต.เผยศุกูกคลอดไตรมาส1/54
ก.ล.ต.คาดเกณฑ์ศุกูกคลอดไตรมาสแรกปี 54 แบงก์อิสลามประเดิมรายแรก "อีทีเอฟนอกจดทะเบียนในไทย" ประกาศใช้สิ้นปีนี้หรือต้นม.ค.54
ก.ล.ต.คาดเกณฑ์ศุกูกคลอดไตรมาสแรกปี 54 แบงก์อิสลามประเดิมรายแรก "อีทีเอฟนอกจดทะเบียนในไทย" ประกาศใช้สิ้นปีนี้หรือต้นม.ค.54
นายประกิด บุณยัษฐิติ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับธุรกิจจัดการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวอีกว่า คณะกรรมการก.ล.ต.และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้อนุญาตให้ออกและเสนอขายตราสารศุกูกตามหลักศาสนาอิสลามและอีทีเอฟต่างประเทศ โดยจะประกาศบังคับใช้เกณฑ์ของศุกูกในไตรมาส1ปี 2554 ส่วนเกณฑ์อนุญาตให้อีทีเอฟต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยโดยตรงและเปิดให้เสนอขายในตลาดแรกในไทยคาดว่าจะลงนามและประกาศใช้สิ้นปีนี้หรือต้นเดือนม.ค.ปีหน้า
อย่างไรก็ตามเนื่องจากอีทีเอฟต่างประเทศมีลักษณะคล้ายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมมากกว่าหลักทรัพย์โดยทั่วไป ทางคณะกรรมการก.ล.ต.จึงยกเว้นการปฏิบัติตามหมวด3 สำหรับการเสนอขายหน่วยลงทุนของอีทีเอฟต่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ พร้อมกับยกเว้นหลักเกณฑ์ธรรมภิบาล (CG) และการเข้าไปซื้อกิจการ (Takeover) ให้อีทีเอฟต่างประเทศที่จัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัดมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย เพราะอีทีเอฟต่างประเทศไม่ได้มีลักษณะเป็นบริษัทเหมือนบริษัทจดทะเบียนแต่ประการใด
นายประกิด กล่าวว่า เมื่อเสร็จขั้นตอนของสำนักงานก.ล.ต.แล้ว ก็เป็นส่วนของตลาดหลักทรัพย์ที่จะต้องไปออกกฎเกณฑ์รองรับอีทีเอฟต่างประเทศจะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการพูดคุยอยู่กับวาณิชธนากรของธนาคารพาณิชย์ในเอเชียประมาณ 2-3 รายที่มีความสนใจในการนำอีทีเอฟจากต่างประเทศมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
ด้านนางสิริวิภา สุพรรณธเนศ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับตลาด สำนักงานก.ล.ต. กล่าวว่า เพื่อเป็นการเปิดตลาดศุกูกสำหรับผู้ลงทุนและผู้ระดมทุนในประเทศไทยทางสำนักงานก.ล.ต.จึงอนุญาตให้มีการออกและเสนอขายศุกูกได้ เพื่อเป็นการขยายช่องทางการระดมทุนและขยายฐานผู้ลงทุนไปสู่พี่น้องมุสลิมรวมถึงผู้ที่สนใจโดยทั่วไปให้มีทางเลือกในการลงทุนที่เพิ่มากขึ้น โดยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้ออกศุกูกเป็นรายแรกตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทย
สำหรับเกณฑ์การออกและเสนอขายศุกูกในไทยจะใช้รูปแบบของทรัสต์ โดย “ทรัสตีผู้ออกศุกูก” ซึ่งอาจจะเป็นคนเดียวกับผู้ระดมทุนหรือเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะจะทำหน้าที่ก่อตั้งทรัสต์ออกและเสนอขายศุกูกโดยนำเงินที่ระดมทุนได้ไปหาผลประโยชน์ในรูปแบบที่เป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม และต้องมีการตั้ง “ศุกูกทรัสตี” ที่เป็นอิสระจากผู้ระดมทุนและทรัสตีผู้ออกศุกูก เพื่อทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้กับผู้ถือตราสาร โดยมีบทบาทเทียบเคียงได้กับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
“สำนักงานก.ล.ต.กำหนดให้มีการจัดทำเอกสาร (Fact Sheet) เพื่ออธิบายให้ผู้ลงทุนเข้าใจถึงถึงลักษณะเฉพาะของตราสารศุกูกว่าเป็นอย่างไร มีความเสี่ยงอะไรด้วยภาษีที่กระชับและเข้าใจง่ายแจกจ่ายให้กับผู้ลงทุนพร้อมกับใบจองซื้อด้วยเพื่อความมสะดวกของผู้ลงทุนในการศึกษาและทำความเข้าใจตราสารดังกล่าว”นางสิริวิภา กล่าว
ทั้งนี้ ทั้งศุกูกและอีทีเอฟต่างประเทศ เป็นหนึ่งในมาตรการของแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีคุณภาพหลากหลาย ครบถ้วนและทัดเทียมกับตลาดทุนในภูมิภาค







