posttoday
ชาวเกาะโอด มะพร้าวขาด

ชาวเกาะโอด มะพร้าวขาด

02 ธันวาคม 2553

ต้นทุนพุ่ง3เท่าทำรายได้ปีนี้วูบเกือบ300ล้าน

โพสต์ทูเดย์ — อำพลฟูดส์ โอดมะพร้าวขาดตลาด แถมราคาแพงสุดในรอบ 30 ปี พ่นพิษต้นทุนพุ่ง 3 เท่า ทำรายได้ปีนี้พลาดเป้า

นายเกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกะทิชาวเกาะ น้ำแกงพร้อมปรุงรอยไทย เป็นต้น เปิดเผยว่า ปัจจุบันวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตกะทิชาวเกาะ หรือมะพร้าวประสบปัญหาขาดตลาด และมีราคาสูงกว่าปกติถึง 3 เท่า หรือเพิ่มจาก 20 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 100 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาภัยแล้งในช่วง 5 เดือนแรกของปี ทำให้ขณะนี้ผลผลิตมะพร้าวเหลือเพียง 10% จากปริมาณปกติ

“นอกจากนี้ยังมีปัญหาภัยธรรมชาติ ศัตรูพืชที่ทำให้ต้นมะพร้าวยืนต้นตาย รวมถึงการที่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นที่ให้ผลกำไรสูงกว่า เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน” นายเกรียงศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ภาวะขาดตลาดของมะพร้าวและราคาต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ และไม่สามารถจัดส่งตามคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศได้ จึงส่งผลต่อรายได้และกำไรของบริษัทในช่วง 2–3 เดือนนี้ หรือตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2553–ก.พ. 2554 ลดลงราว 50% และผลกระทบดังกล่าวยังส่งผลต่อภาพรวมรายได้ของบริษัทที่อาจลดลงเหลือ 1,650 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,900 ล้านบาทในปีนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ามะพร้าวจะกลับมามีผลผลิตที่เพียงพอกับความต้องการของตลาดได้ในเดือน มี.ค. 2554 ซึ่งเป็นฤดูที่มะพร้าวออกผลผลิตพอดี แต่หากว่ามะพร้าวจะยังขาดตลาดอยู่ บริษัทก็มองหาทางแก้ไขไว้แล้ว เช่น การนำเข้ามะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า จากปัญหาภาวะมะพร้าวขาดแคลนในขณะนี้ส่งผลให้ภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หันมาสนใจเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวมากขึ้น รวมถึงมีแนวโน้มจะสนับสนุนสมาคมมะพร้าวใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อคงพื้นที่ปลูกที่มีอยู่ประมาณ 4 แสนไร่ และช่วยพยุงราคามะพร้าวไม่ให้ตกต่ำหรือสูงเกินไป

ปัจจุบันมูลค่าตลาดมะพร้าวสดและกะทิสดในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยมีมะพร้าวกะทิสำเร็จรูป มูลค่า 2,500 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะมีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยบริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดมะพร้าวกะทิสำเร็จรูป 80% ถือว่าเป็นผู้นำตลาด เพิ่มจากส่วนแบ่งตลาด 70% ในปีที่ผ่านมา

ดังนั้น ในปีนี้บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นมะพร้าวกะทิกลิ่นต่างๆ เช่น ใบเตย ควันเทียน สำหรับทำขนม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครบทุกกลุ่ม และรักษาส่วนแบ่งตลาดในปีหน้าให้อยู่ที่ 80% เท่ากับปีนี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน