
ขายผ่านคอลเซ็นเตอร์บูม อย.คุมเข้ม หวั่นโฆษณาเกินจริง
การจำหน่ายสินค้าผ่านระบบโทรศัพท์ หรือคอลเซ็นเตอร์ ขยายตัวสูงในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริมที่ต้องอาศัยการอธิบาย ประกอบกับช่วงการเมืองมีปัญหาความรุนแรง พฤติกรรมการจับจ่ายซื้อของเปลี่ยนไป หันมาหาช่องทางนี้มากขึ้น เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง
ขณะเดียวกันก็มีปัญหาตามมา จากการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ผลิตสินค้า ที่ผ่านมาทำให้ผู้ให้บริการช่องทางจำหน่ายคอลเซ็นเตอร์ 1577 อย่างบริษัท พรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี ตกเป็นจำเลยร่วมกับเจ้าของสินค้า ในฐานะผู้จัดจำหน่าย โดยเฉพาะการผิดตาม พ.ร.บ.ฉลากและโฆษณาเกินจริง ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย รณรงค์ให้เจ้าของสินค้าดำเนินการอย่างถูกต้องมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
จุล โชติกะวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี ผู้ให้บริการจัดจำหน่ายผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1577 กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่ทำให้ช่องทางได้รับความนิยมน้อยลง ปัจจุบันมูลค่าธุรกิจการจำหน่ายผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ทั้งระบบ คาดว่าจะอยู่ที่ 6,0007,000 ล้านบาท เท่าที่สามารถเก็บตัวเลขได้ ทั้งนี้เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมากจากอดีต ปัญหาการเมือง สภาพสังคมที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมองหาช่องทางซื้อขายสินค้าที่สะดวกสบายมากขึ้น เป็นเหตุให้ธุรกิจนี้เติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 15%
สำหรับระบบ 1577 มียอดขายเพิ่มขึ้น 20% คาดว่าปีนี้จะมียอดขายรวม 800 ล้านบาท ขณะที่มีสินค้าเข้าสู่ระบบการจำหน่ายของ 1577 เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 2025% ปัจจุบันมีกว่า 200 บริษัท รวมสินค้ากว่า 1,000 รายการ กลุ่มใหญ่สุดคือ อาหารเสริมมีสัดส่วน 55% ตามด้วยเครื่องสำอาง 35% อีก 10% เป็นสินค้าทั่วไป อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
“
ปีหน้าการจำหน่ายสินค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ยิ่งขยายตัวขึ้น จากสินค้าที่เข้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางนี้มากขึ้น ประกอบกับมีช่องทางสื่อใหม่ อย่างเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม เป็นช่องทางสื่อสารหลักของสินค้ากลุ่มนี้ ทำให้บริษัทต้องเร่งรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจกับเจ้าของสินค้าในการทำโฆษณาหรือติดฉลากให้ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับธุรกิจนี้” จุล กล่าวด้าน ไพศาล ปวงนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ปัจจุบันการจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและอาหารเสริมขยายตัวสูงมาก ในช่องทางต่างๆ ซึ่ง อย.พยายามเข้าไปดูแลให้ครอบคลุมทุกช่องทาง โดยประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐและร่วมมือกับภาคเอกชนในการรณรงค์ให้ความรู้
ปัญหาที่พบมาก คือ การโฆษณาเกินจริง สินค้าปลอมและไม่ได้มาตรฐาน ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ได้ร่วมมือกับกระทรวงไอซีทีเข้าตรวจสอบและปิดเว็บที่ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายไปกว่า 2,000 เว็บไซต์ ขณะที่ช่องทางเคเบิลและทีวีดาวเทียมได้ลงนามร่วมกับสมาคมโฆษณา เคเบิลทีวีแห่งประเทศช่วยกันตรวจสอบ
กรณีการจำหน่ายผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ร่วมกับบริษัท พรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี ทำการรณรงค์ให้ความรู้กับเจ้าของสินค้าในการดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งตลอดปี 2554 จะมีการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
“
โดยนโยบายหลักของ รมว.และกระทรวงสาธารณสุข คือทลายแหล่งผลิตสินค้าปลอมและสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย.เป็นหลัก ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจับกุมแหล่งผลิตใหญ่ได้มากกว่า 20 คดี ส่วนเรื่องการโฆษณาเกินจริงจะเน้นมาตรการส่งเสริมให้ความรู้กับผู้ประกอบการเป็นหลัก เพื่อให้ดำเนินการได้ถูกต้อง” ไพศาล กล่าวปณิตา พัฒนาหิรัญ นักแสดงและผู้บริหารผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ภายใต้แบรนด์
“ดร.จาร์ต” ประเทศเกาหลี กล่าวว่า สินค้าของบริษัทได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องจาก อย. ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องสินค้าปลอม ซึ่งมีจำนวนมากตามแหล่งขายสินค้าทั่วไป เช่น ตลาดนัด ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทปัจจุบัน สินค้าแบรนด์ดร.จาร์ต มีจำหน่ายผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ร้านดร.จาร์ต ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์, ร้านวัตสันและจำหน่ายผ่านคอลล์ เซ็นเตอร์ 1577 ในส่วนของการโฆษณานั้น บริษัทฯไม่ทราบว่าดำเนินการได้มากน้อยเพียงใดตามกฎ ระเบียบของอย. การสัมนาให้ความรู้จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ประกอบการจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งในปีหน้าบริษัทวางแผนสร้างแบรนด์ดร.จาร์ตให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และยังเน้นจำหน่ายสินค้าผ่าน 3 ช่องทางดังกล่าว โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านคอลล์ เซ็นเตอร์ 1577 ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ประกอบกับทำให้การกระจายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคในต่างจังหวัดได้ด้วยท่ามกลางภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น รวมทั้งมีช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างหลากหลาย การสร้างมาตรฐานของผู้ประกอบการ ถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเสมือนเกราะป้องกันปัญหาก่อนถึงผู้บริโภค ขณะเดียวกันจะช่วยสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่องทางจำหน่ายผ่านคอลเซ็นเตอร์ต้องเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ซื้อให้ได้







