posttoday
มือดีทุบ-ไล่ตัวใหญ่

มือดีทุบ-ไล่ตัวใหญ่

01 ธันวาคม 2553

หุ้นพลิกมาติดลบ 3 จุด วินาทีสุดท้าย เจอคำสั่งขายหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัว ปตท. กดราคาร่วง ซื้อดันการบินไทย บีอีซี เวิลด์

หุ้นพลิกมาติดลบ 3 จุด วินาทีสุดท้าย เจอคำสั่งขายหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัว ปตท. กดราคาร่วง ซื้อดันการบินไทย บีอีซี เวิลด์

ตลาดหุ้นเอเชียติดลบเป็นส่วนใหญ่ ส่วนไทยพยายามยืนบวก แต่ก็ไม่สำเร็จ หลังจากวินาทีสุดท้ายมีคำสั่งขายหุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่ม ปตท.ออกมา กดราคาร่วงแรง ส่งผลให้ดัชนีพลิกจากบวกเศษเป็นติดลบ 3.88 จุด ปิดที่ 1,005.12 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 39,811 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อเล็กน้อย 381 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยน่าจะปิดบวก หากไม่มีคำสั่งซื้อขายหุ้นที่ผิดปกติเข้ามาในช่วงใกล้ปิดตลาด ทำให้ราคาหุ้นตัวใหญ่หลายตัวปิดผิดปกติ อาทิ บริษัท ปตท. (PTT) จากราคา 313 บาท ลงมาปิดที่ 309 บาท ลดลง 5 บาท หรือ 1.59% บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จาก 170 บาท ลงมาปิดที่ 167 บาท ลดลง 4.50 บาท คิดเป็น 2.62% บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ปิดที่ 67.25 บาท ลดลง 0.50 บาท และธนาคารกรุงเทพ (BBL) ปิดที่ 144 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 2.04%

ขณะเดียวกันกลับมีคำสั่งซื้อหุ้นตัวใหญ่เข้ามาส่งผลให้ราคาปิดกระโดด เช่น บริษัท การบินไทย (THAI) จาก 53.75 บาท พุ่งพรวดปิดที่ 55 บาท บวก 3.25 บาท หรือ 6.28% บริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) ปิดกระโดดที่ 35 บาท บวก 2 บาท หรือดีดขึ้น 6%

“ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มีความเป็นไปได้ที่คำสั่งดังกล่าวเป็นการใช้โปรแกรมในการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันที่ต้องการปรับพอร์ต คำสั่งซื้อหุ้นและขายหุ้นออกพร้อมๆ กัน ซึ่งต้องสอบถามข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ที่จะทราบรายการซื้อขายหุ้นทุกตัว” แหล่งข่าวเปิดเผย

ทั้งนี้ หุ้น THAI และ IVL (บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส) ปรับตัวขึ้นแรง ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาตา หลัง MSCI ได้นำหุ้นทั้งสองตัวเข้าไปคำนวณเพิ่ม โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2553 ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เห็นราคาหุ้นที่ปิดผิดปกติเช่นกัน แต่จากการตรวจสอบการซื้อขายไม่พบว่ามีการดัมพ์ราคาหุ้น

ด้านนายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นเอเชียและไทยในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังมีการฟื้นตัวไม่ชัดเจน ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าจะทำให้เกิดฟองสบู่เศรษฐกิจในเอเชีย

“ปีหน้าเรามองเป้าหมายที่ 1,220 จุด และอาจจะเห็นจุดสูงสุด 1,330 จุด ส่วนช่วงที่เหลือของปีนี้มีโอกาสอ่อนตัวลงแถว 970-980 จุด เพราะวันที่ 15 ธ.ค.นี้ จีนจะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ย. ยังไม่ลดลงเทียบกับเดือน ต.ค. ส่งผลให้ประมาณวันที่ 17-18 ธ.ค. จีนน่าจะมีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงเป็นจังหวะให้นักลงทุนเข้าไปซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและเกษตร เพราะเมื่อข่าวร้ายจบ รวมถึงแรงซื้อหุ้นของกองทุน LTF ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปเหนือ 1,000 จุด ซึ่งคาดว่าเงินจาก LTF จะไหลเข้ามาในเดือน ธ.ค. มากกว่าเดือน พ.ย. ที่เข้ามา 4,000 ล้านบาท” นายสุกิจ กล่าว

สำหรับนักลงทุนระยะยาว ก็แนะนำให้ซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ปตท. บริษัท ไทยออยล์ บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) และสินค้าเกษตร เช่น STA TVO รวมถึงกลุ่มที่มีการบริโภคภายในประเทศ เช่น CPALL ธนาคารกรุงไทย (KTB) AMATA และ STEC รวมถึงหุ้นโรงพยาบาล เช่น BGH และธุรกิจโรงแรม MINT

นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการบริหาร บล.ทรีนีตี้ กล่าวเสริมว่า ในช่วงดัชนีปรับฐานจากการขายของนักลงทุนต่างชาติ แนะนำให้นักลงทุนเข้าลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เพราะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง 68% ประเมินดัชนีหุ้นปีหน้า 1,200-1,400 จุด 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน