
ครม.ไฟเขียวยุบ4กองทุนหมุนเวียน
โพสต์ทูเดย์-ครม.เห็นชอบให้ยุบเลิกทุนหมุนเวียน 4 ทุน ฝึกอาชีพเด็ก-ลดผลกระทบสุรา-ซื้อขายอาวุธปืนผ่อนให้ตร.-ผลิตป้ายจราจร
โพสต์ทูเดย์-ครม.เห็นชอบให้ยุบเลิกทุนหมุนเวียน 4 ทุน ฝึกอาชีพเด็ก-ลดผลกระทบสุรา-ซื้อขายอาวุธปืนผ่อนให้ตร.-ผลิตป้ายจราจร
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบอนุมัติให้ยุบเลิกทุนหมุนเวียนจำนวน 4 ทุน ได้แก่ 1. เงินทุนหมุนเวียนฝึกอาชีพเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 2. กองทุนเพื่อลดผลกระทบจากนโยบายสุราเสรีของรัฐ กรมโรงงานอุตสาหกรรม 3. เงินทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อขายอาวุธปีนผ่อนส่งให้แก่ข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ 4. เงินหมุนเวียนผลิตป้ายจราจร กรมทางหลวงชนบท ซึ่งหลังจาก ครม. มีมติออกมาแล้ว กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง และส่วนราชการของทุนหมุนเวียนจะดำเนินการตามขั้นตอนการยุบเลิกทุนหมุนเวียนต่อไป
ทั้งนี้ สาเหตุการยุบเลิกกองทุนมีเหตุผลที่แตกต่างกัน ได้แก่ การฝึกอาชีพเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก สามารถใช้เงินตามงบประมาณปกติได้ ส่วนการยุบเลิกกองทุนเพื่อลดผลกระทบจากนโยบายสุราเสรีของรัฐ เนื่องจากตอนนี้ไม่มีความจำเป็นเงินกองทุนอีกต่อไป ขณะที่การยุบเลิกเงินทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อขายอาวุธปีนผ่อนส่งให้แก่ข้าราชการตำรวจ เพราะสตช.เข้าร่วมโครงการเอกชนและหน่วยราชการในการซื้ออาวุธปีน จึงไม่จำเป็นต้องมีกองทุนอีกต่อไป และการยุบเลิกเงินหมุนเวียนผลิตป้ายจราจร โดยให้มาเบิกจ่ายจากงบปกติ
นายวัชระ กล่าวว่า ครม. ยังมีมติให้พิจารณาทบทวนประสิทธิภาพการดำเนินงานจำนวน 1 ทุน ได้แก่ กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน กรมการจัดหางาน โดยให้กรมการจัดหางานพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของกองทุน พร้อมทั้งพิจารณานำเงินกองทุน ส่วนที่เกินความจำเป็นส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดินภายใน 90 วัน หลังจากที่ ครม. มีมติ
นอกจากนี้ ครม.ยังให้ทบทวนสถานภาพจำนวน 1 ทุน ได้แก่ ทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง โดยให้กรมทางหลวง พิจารณาทบทวนสถานภาพของเงินทุน และศึกษความเป็นไปได้ในการจัดตั้งหน่วยงานภายในกรมทางหลวงเป็นหน่วยงานบริการรูปแบบพิเศษ (SUD) พร้อมทั้งเร่งหาข้อสรุปจากผลการศึกษาดังกล่าว เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของเงินทุนเป็นหน่วยงานรูปแบบพิเศษให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2553 และรายงานให้กระทรวงการคลังทราบเป็นระยะ ทั้งนี้ให้กระทรวงการคลังทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและติดตามประเมินผลการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อรายงาน ครม. รับทราบ







