posttoday
บีโอไอ เผย ยอดลงทุนปี 52 พุ่งสูงสุดในรอบ 40ปี

บีโอไอ เผย ยอดลงทุนปี 52 พุ่งสูงสุดในรอบ 40ปี

12 มกราคม 2553

โพสต์ทูเดย์ – บีโอไอปลื้มยอดลงทุนปี 2552 พุ่ง 7.2 แสนล้านบาท สูงที่สุดในรอบ 40 ปี พร้อมเล็งพิจารณาต่ออายุมาตรการกระตุ้นการลงทุนเพิ่ม และทบทวนเป้าหมายใหม่

โพสต์ทูเดย์ – บีโอไอปลื้มยอดลงทุนปี 2552 พุ่ง 7.2 แสนล้านบาท สูงที่สุดในรอบ 40 ปี พร้อมเล็งพิจารณาต่ออายุมาตรการกระตุ้นการลงทุนเพิ่ม และทบทวนเป้าหมายใหม่

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ยอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอในปี 2552 มีจำนวนโครงการ 1,573 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 7.23 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 4 แสนล้านบาท  80% ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่มีการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 40 ปี ซึ่งการที่มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงปลายปี เนื่องจากมาตรการพิเศษกระตุ้นการลงทุน ตามนโยบายปีแห่งการลงทุน พ.ศ. 2551 – 2552 ที่ให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษแก่กิจการใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม มีกำหนดสิ้นสุดลงในปี 2552 จึงทำให้โครงการรีบยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามา

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีความสนใจจะเข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุดคือ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 709 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 4.3 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ต้องการลงทุนในด้านพลังงานทดแทน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม    การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ  

รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 219 โครงการ มูลค่า 1 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่มีความสนใจจะลงทุนในกิจการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ กิจการผลิตแผงวงจรรวม กิจการผลิตชิ้นส่วนกล้องดิจิตอล กิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ และกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อันดับ 3 คืออุตสาหกรรมเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร จำนวน 212 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 6.68 หมื่นล้านบาท เช่น โครงการเอทานอล และไบโอดีเซล กิจการผลิตอาหารสำเร็จรูป และอาหารแปรรูป

นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้บีโอไอไปศึกษามาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยอาจจะปรับประเภทกิจการ หรือขยายเวลาการส่งเสริมการลงทุนให้บางกลุ่มอุตสาหกรรม เนื่องจากแพ็คเกจออกมาไม่พร้อมกัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายยกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 25 ม.ค.2552

นอกจากนี้ จะรายงานสถานการณ์การลงทุนของปี 2552 ให้บอร์ดทราบ ซึ่งอาจจะมีการทบทวนปรับเป้าหมายในการลงทุนปีหน้าใหม่ จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5 แสนล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การลงทุนมีแนวโน้มดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปี 2552 มีโครงการบางโครงการต้องยกเลิกการลงทุนจากเมืองไทยไป เพราะประสบปัญหาเรื่องมาบตาพุด และปัญหาการจัดการด้านแรงงาน เช่น แรงงานนัดปิดโรงงานประท้วงขอโบนัส  ที่เมืองไทยไม่มีกฎหมายมาบังคับใช้อย่างจริงจัง

แหล่งข่าวจากบีโอไอ กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ ที่ยื่นขอรับส่งเสริมหลังวันที่ 21 ธันวาคม ได้แก่ กิจการผลิตฮาร์ดดิสไดร์ฟ 1.36 หมื่นล้านบาท กิจการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสไดร์ฟ 1.06 หมื่นล้านบาท กิจการผลิตแผงวงจรรวม 6,300 พันล้านบาท กิจการผลิต กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม 5 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 1.36 หมื่นล้านบาท และการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ 1 โครงการ 5,100 พันล้านบาท เป็นต้น

 


 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน