
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐลดภาษีช่วยเอสเอ็มอี
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐบาลลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 18% จาก 30% เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแท้จริง และขยายฐานการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐบาลลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 18% จาก 30% เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแท้จริง และขยายฐานการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการด้านนโยบาย การแข่งขันทางการค้า และ คุ้มครองผู้บริโภค ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจรายสาขา สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า รัฐบาลควรปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 30% ของกำไรสุทธิ เพื่อช่วยเอสเอ็มอีให้ได้สิทธิทางภาษีอย่างแท้จริง เพราะจากสิทธิทางภาษีต่างๆอาทิ สิทธิทางภาษีสรรพากร สิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และ ภาษีศุลกากร จากข้อมูลพบว่าเอสเอ็มอีใช้ประโยชน์ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลมากที่สุด 1.75 แสนราย หรือ 98.73% จากผู้ประกอบการที่มีสิทธิได้ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งหมด 1.77 แสนราย
“จะลดเหลือ 18% ตามที่กระทรวงการคลังเคยเสนอแนวคิดไว้ก็ได้ จะช่วยให้เอสเอ็มอีรายย่อยที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ เข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่แท้จริงได้ ช่วยให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณ ในส่วนที่ควรจัดเก็บได้ จากที่ลดหย่อนให้แก่ผู้ประกอบการในรายที่ไม่ควรได้ เช่น สิทธิพิเศษในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งประโยชน์ตรงนี้มักเป็นรายใหญ่ที่เขาทำให้เข้าคุณสมบัติได้ประโยชน์มากกว่าจะเป็นรายย่อยหรือเป็นธุรกิจที่ควรส่งเสริมได้ประโยชน์ ที่สำคัญถ้าลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เอสเอ็มอีได้จริง ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้น ทำให้รัฐบาลมีฐานในการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นด้วย” นางเดือนเด่นกล่าว
ทั้งนี้ ถ้าดูจากข้อมูลในปี 2551 พบว่าจำนวนเอสเอ็มอีทั้งหมดทั่วประเทศ 2.84 ล้านราย แบ่งเป็นนิติบุคคลที่อยู่ในระบบเพียง 5.82 แสนรายหรือคิดเป็น 20.5%เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 2.25 ล้านราย คิดเป็น 79.5% ยังเป็นผู้ประกอบการทั่วที่ไม่ได้จดทะเบียนเพื่อเข้าในระบบ







