posttoday
ลดค่าไฟ-ตรึงก๊าซต่อส่ง

ลดค่าไฟ-ตรึงก๊าซต่อส่ง

30 พฤศจิกายน 2553

สัญญาณประชานิยมถึง’54 อ้างน้ำมันราคาถูกค่าบาทแข็ง

โพสต์ทูเดย์ — รัฐบาลสั่งปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ปีหน้าส่งสัญญาณลดค่าเอฟที ตรึงราคาแอลพีจีภาคขนส่งครัวเรือน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายต้องการเห็นโครงสร้างราคาพลังงานภาพรวมปรับลดลงในช่วงต้นปี 2554 เนื่องจากเห็นว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในช่วงปรับลดลง เพราะภาระการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เหลือน้อยมาก ประกอบกับต้นทุนลดลงจากการที่เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ ภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถ้าสิ้นปีนี้มีแนวโน้มดีเซลไม่ทะลุเกิน 30 บาทต่อลิตร กองทุนน้ำมันฯ ไม่ต้องไปอุดหนุนก็น่าจะสะสมเงินได้มากพอที่จะลดเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในช่วงต้นปีเช่นกัน รวมถึงโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่ต้องการตรึงภาคขนส่งและครัวเรือนด้วย

นายเมตตา บันเทิงสุข รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาปรับโครงสร้างพลังงาน กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะสามารถนำเสนอข้อมูลโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ทั้งน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และไฟฟ้า ต่อนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่จะนำเสนอไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศอีกครั้ง โดยภาพรวมคาดว่าน่าจะมีข่าวดีให้กับประชาชน

กรณีค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือเอฟที ขณะนี้เป็นช่วงที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลง แต่ กฟผ.ยังมีภาระค่าเอฟทีค้างอยู่ 2,0003,000 ล้านบาท ดังนั้นต้องพิจารณาว่าจะลดค่าไฟให้ประชาชนได้หรือไม่ส่วนเรื่องแอลพีจีรับโจทย์จากรัฐบาลให้แยกราคาเป็น 2 ตลาดคือ ตลาดของภาคครัวเรือนกับภาคขนส่ง และตลาดภาคอุตสาหกรรมกับปิโตรเคมี ซึ่งจะเสนอหลายทางเลือกไปให้รัฐบาลตัดสินใจ

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า จากการพิจารณาข้อมูลเบื้องต้น เดือน ธ.ค. 2553 กฟผ.จะมีภาระลดลงจากการตรึงค่าไฟเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนเหลือ 2,000 ล้านบาท จากอดีตสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท แต่หากรัฐบาลต้องการให้ตรึงค่าไฟก็มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะภาระ กฟผ.ลดลง ประกอบกับทิศทางค่าไฟในอีก 4 เดือนข้างหน้า (ม.ค.เม.ย. 2554) ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น เพราะค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ต้นทุนต่ำ ประกอบกับราคาน้ำมันก็ไม่ได้สูงมาก โอกาสปรับค่าไฟขึ้นจึงไม่มี

นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า ค่อนข้างชัดเจนว่ารัฐบาลจะแยกราคาแอลพีจีเป็น 2 ตลาด โดยมีความเป็นไปได้ที่จะตรึงราคาภาคครัวเรือนและขนส่ง แต่ปล่อยราคาภาคอุตสาหกรรมกับปิโตรเคมีเท่าราคาตลาดโลก ซึ่งมองว่าราคาภาคครัวเรือนและขนส่งน่าจะปรับขึ้นบ้าง เพื่อให้จูงใจต่อการผลิตแอลพีจีเพราะสูตรการคิดราคาแอลพีจีใช้อิงราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย 95% อิงราคาจากโรงกลั่น 5% แต่ขณะนี้โครงสร้างการผลิตแอลพีจีมาจากอ่าวไทยเหลือเพียง 60% อีก 40% มาจากโรงกลั่นน้ำมัน

“ไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลตรึงราคาแอลพีจี หรือราคาพลังงานไว้ทั้งหมดเพื่อเอาใจประชาชน โดยเฉพาะการตรึงราคาแอลพีจีที่เป็นปัญหามาช้านาน และไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาเงินจากคนใช้น้ำมันไปอุดหนุนผู้ใช้แอลพีจีที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ที่ผ่านมารัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ กลัวประชาชนเดือดร้อน คิดว่าถ้ารัฐบาลนี้จะกล้าขึ้นราคาแอลพีจีในภาคครัวเรือนและขนส่งไม่น่าจะเกิน 1 บาท”นายมนูญ กล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร