
ไล่บี้ลดสิทธิลูกค้าอีลิท
ททท.เอาแน่หากได้บริหารเอง น้ำท่วมทำท่องเที่ยวพัง9พันล.
โพสต์ทูเดย์
— ททท.เล็งปรับสิทธิประโยชน์สมาชิกบัตรอีลิทการ์ด เหลือ 8 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนน้ำท่วมทำเสียหาย 9,000 กว่าล้านบาทนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ขณะนี้ น.ส.เพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการด้านสินค้าการท่องเที่ยว ททท.อยู่ระหว่างการเตรียมแผนบริหารโครงการบัตรไทยแลนด์อีลิทการ์ด หากไม่มีเอกชนรายใดเข้าซื้อกิจการ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด หรือทีพีซี ผู้ดำเนินธุรกิจบริการบัตรไทยแลนด์อีลิทการ์ด เนื่องจาก ททท.เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทดังกล่าว 100%
การเตรียมแผนบริหารดังกล่าว เพื่อไม่ให้สมาชิกจำนวน 2,570 รายได้รับผลกระทบ หากไม่มีเอกชนรายใดเข้าซื้อกิจการ โดย ททท.จะเข้าบริหารต่อทันทีและเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องมีการปรับสิทธิประโยชน์ของสมาชิกใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ที่ต้องลดค่าใช้จ่ายจาก 12 ล้านบาทต่อเดือน ให้เหลือ 8 ล้านบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ยังได้รับทราบผลการดำเนินงานของ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ หรือทีแอลเอ็ม ซึ่ง ททท.ถือหุ้นอยู่ 30% ว่าตั้งแต่เปิดให้บริการจนถึงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีสมาชิก 99 ราย มีเงินสด 26 ล้านบาท ขาดทุนสะสม 69 ล้านบาท ขณะที่สนามกอล์ฟที่ชลบุรีเปิดให้เอกชนทำสัญญาเช่า 30 ปี และที่พักตากอากาศ โรงแรมบางแสน รวมถึงที่อาบน้ำจืดที่ให้เอกชนเช่าใช้ประมาณ 10 ปี นั้นยังมีกำไรอยู่
นายสุรพล กล่าวว่า ส่วนการเดินทางไปงานเวิลด์ ทราเวล มาร์เก็ต ที่ประเทศอังกฤษนั้น นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษให้ความสนใจเป็นอย่างดี ได้สอบถามแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมชายทะเล สปา เป็นต้น ซึ่งไทยยังได้เป็นอันดับ 1 ที่มีความคุ้มค่าด้านการเงิน อันดับ 4 เรื่องอาหาร อันดับ 6 ชายหาด และอันดับ 9 สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางการช็อปปิ้ง
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ได้ประเมินความเสียหายพบว่าเหตุการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้ใน 10 จังหวัด คือ สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง สุราษฎร์ธานี สมุย ชุมพร สตูล ปัตตานี นราธิวาส ได้รับความเสียหายประมาณ 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายจากทรัพย์สิน 5,000 ล้านบาท ค่าสูญเสียโอกาส 4,000 ล้านบาท แต่เชื่อว่า แต่เหตุการณ์น้ำท่วมไม่น่าจะส่งผลกระทบไปถึงช่วงปีใหม่ เนื่องจากขณะนี้ ททท.ได้เตรียมแผนส่งเสริมท่องเที่ยวหลังน้ำลดโดยใช้งบปกติ เพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศเตรียมจัดงานคอนซูเมอร์ แฟร์ และเทรดแฟร์ จัดแพคเกจร่วมกับเอกชน สร้างกระแสเดินทางภายในประเทศ เป็นต้น ขณะที่ตลาดต่างประเทศเตรียมเน้นทำตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโด ให้เดินทางเข้ามาในหาดใหญ่
สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามายังด่านสุวรรณภูมิในไทยช่วงวันที่ 128 พ.ย. 2553 มีจำนวน 939,055 คน เพิ่มขึ้น 6.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าด่านภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 119 พ.ย.นี้มีจำนวน 98,055 คน เพิ่มขึ้น 43.81% ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวช่วง 10 เดือนมีจำนวน 12.56 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13.18%โดยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 22.42% เอเชียใต้ 19.11% เอเชียตะวันออก 16.16%







