
พาณิชย์ทำคู่มือเอสเอ็มอีสู้บาทแข็ง
“พาณิชย์”แจกคู่มือเอสเอ็มอีสู้บาทแข็ง แนะวิธีบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ชี้ช่องทางหาเงินเพิ่มสภาพคล่องจากสถานบันการเงิน พร้อมทำงานร่วมกับเอกชนดันส่งออก
“พาณิชย์”แจกคู่มือเอสเอ็มอีสู้บาทแข็ง แนะวิธีบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ชี้ช่องทางหาเงินเพิ่มสภาพคล่องจากสถานบันการเงิน พร้อมทำงานร่วมกับเอกชนดันส่งออก
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้จัดทำเกร็ดความรู้ “การส่งออกกับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน” ตามนโยบายของนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) สามารถติดต่อขอรับคู่มือดังกล่าวได้ที่สถาบันฝึกอบรมการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ คู่มือดังกล่าว เป็นการแนะนำเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างง่ายและเข้าใจได้ง่าย โดยในช่วงที่เงินบาทมีความผันผวนสูง มีข้อเสนอแนะให้ผู้ส่งออกซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้ากับธนาคาร เพื่อไม่ให้ธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และสามารถทราบต้นทุนได้ล่วงหน้า
นอกจากนี้ ผู้ส่งออกยังสามารถทำการตกลงซื้อหรือขายสิทธิ์ที่จะซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศในอนาคต ซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกมีความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยมีสิทธิ์ที่จะเลือกส่งมอบตามสัญญาซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า หรือไม่ส่งมอบตามสัญญาก็ได้ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นค่าธรรมเนียม ที่จะต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงิน ส่วนการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าไม่มีค่าธรรมเนียม เนื่องจากสถาบันการเงินได้รวมไว้ในสัญญาแล้ว
ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกยังมีทางเลือกในการเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน กรณีที่ธุรกิจมีทั้งการส่งออกและนำเข้า โดยผู้ส่งออกสามารถฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้รับจากการส่งออกเพื่อรอไว้แลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทเมื่อต้องการ หรือนำไปใช้ชำระค่าสินค้าให้แก่บริษัทอื่นในต่างประเทศได้ ส่วนผู้นำเข้าสามารถซื้อเงินตราต่างประเทศฝากเข้าบัญชีเพื่อรอไว้ชำระค่าสินค้านำเข้าในอนาคต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า คู่มือฉบับนี้ ยังได้แนะนำช่องทางการเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า สามารถที่จะขอกู้เงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน โดยข้อเสนอและมาตรการของสถานบันการเงินจะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งผู้ส่งออกควรจะมีการตรวจสอบรายละเอียดก่อน
ส่วนการช่วยเหลือของกรมฯ จะมีการทำงานใกล้ชิดร่วมกับภาคเอกชนในการผลักดันการส่งออก โดยจะทำการส่งเสริมการส่งออกเป็นรายกลุ่มสินค้า และรายตลาด ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากการเจรจาการค้าเสรี การกระจายการส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ การสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ การเข้าร่วมคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเจรจาการค้า
นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ โดยการสร้างนวัตกรรมใหม่ และสร้างภาพลักษณ์เฉพาะตัว ส่งเสริมธุรกิจบริการสู่สากล เช่น การบริหารจัดการโรงแรม สปา ร้านอาหาร แฟรนไชส์ และบริการก่อสร้าง เป็นต้น ขณะเดียวกัน จะพัฒนาระบบข้อมูลการค้าให้ทันสมัย จัดทำโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อการส่งออก โดยเน้นเอสเอ็มอีรวมถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อการส่งออก เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ







