posttoday
กกร. เร่ง รัฐบาลแก้ปัฐหามาบตาพุด

กกร. เร่ง รัฐบาลแก้ปัฐหามาบตาพุด

11 มกราคม 2553

โพสต์ทูเดย์ – กกร.ส่งหนังสือเร่งรัฐบาลแก้ปัญหามาบตาพุดเสร็จภายใน 5 เดือน หวั่นนักลงทุนหนีไปลงทุนที่อื่น เหตุเพราะนักลงทุนญี่ปุ่นแสดงความเป็นห่วงเข้ามามาก

โพสต์ทูเดย์ – กกร.ส่งหนังสือเร่งรัฐบาลแก้ปัญหามาบตาพุดเสร็จภายใน 5 เดือน หวั่นนักลงทุนหนีไปลงทุนที่อื่น เหตุเพราะนักลงทุนญี่ปุ่นแสดงความเป็นห่วงเข้ามามาก

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงเรื่องปัญหามาบตาพุดจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังจากที่องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ออกมาแสดงความกังวล จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาให้เสร็จภายใน 4-5 เดือน หรืออย่างน้อยภายในเดือนพ.ค. 2553

 ทั้งนี้ กรอบการแก้ไขปัญหาต้องออกมาให้ชัดเจน โดยกระบวนการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) สุขภาพ (เอชไอเอ) องค์การอิสระ และการรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ต้องมีบทสรุป เพื่อให้นักลงทุนทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และมีจุดจบอย่างไร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการลงทุนใหม่ในอนาคตข้างหน้า

“ตัวเลข 5 เดือนนี้เราไม่ได้คิดเอง แต่จากการคุยกับนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความเห็นหากปัญหายืดเยื้อเกิน 5 เดือนนักลงทุนอาจจะหนีไปลงทุนที่อื่นจริงๆ เนื่องจากเงินต้องนำไปลงทุน จะทิ้งไว้นิ่งๆ ไม่ได้ ซึ่งหากคิดไปที่อื่นแล้วการหมุนกลับมาก็คงจะยาก โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นที่แสดงความกังวลออกมาอย่างนี้ แสดงว่าเดือดร้อนจริง ไม่ใช่เป็นแค่คำขู่ เพราะปกติญี่ปุ่นมีความยืดหยุ่น สิ่งที่พูดมาถือเป็นความห่วงใย” นายดุสิต กล่าว

นายดุสิต กล่าวว่า กกร. จะทำหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงกรณีความเป็นห่วงของกกร. และขอให้เร่งรัดการะบวนการแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด เพื่อแจ้งความเดือดร้อนของภาคเอกชนให้รับทราบ โดยจะลงนามและส่งให้นายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ โดยกรณีนี้ถือเป็นเป็นความผิดของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะหลังจากรัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับใช้ รัฐบาลไม่ทำหน้าที่ออกกฎหมายลูกมาเพื่อรองรับให้การดำเนินการครบทุกขั้นตอน จนเป็นผลให้เกิดปัญหาขึ้นมา ถึงค่อยมาดูกันอยู่ในตอนนี้

สำหรับการทำงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุด คือทางออกของรัฐบาลที่พยายามจะเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งคาดว่าข้อสรุปที่ได้น่าจะเสร็จภายในเร็วๆ นี้ และออกมาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หอการไทย หอการค้าต่างประเทศ และสมาคมธนาคาร กลับไปศึกษาโครงสร้างภาษีต่างๆ หลังจากที่ได้ยื่นให้รัฐบาลไปพิจารณา ซึ่งขณะนี้การทรวงการคลังมีความคืบหน้าส่งข้อมูลบางส่วนกลับมา จึงต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาศึกษาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง โดยจุดประสงค์ของเอกชนไม่ได้ต้องการให้ต้องลดภาษีในทันที แต่ต้องการกรอบที่ชัดเจน ซึ่งภาษีประเภทภาษีสำนักงานปฏิการภูมิภาค (อาร์โอเอช) ภาษีเฉพาะสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ควรจะลดลงมาได้ เพื่อช่วยดึงดูดการลงทุน โดยจะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ในวันที่ 27 ม.ค.นี้

สำหรับการพิจารณาปรับราคาสินค้า ขณะนี้สินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับพลังงาน มีแนวโน้มต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งการปรับราคาควรจะพิจารณาไปตามต้นทุนที่แท้จริง และปล่อยให้การแข่งขันเป็นไปตามกลไกไม่ใช่มาควบคุม 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค