posttoday
ปีทองของ 'ไพบูลย์ นลินทรางกูร'

ปีทองของ 'ไพบูลย์ นลินทรางกูร'

24 พฤศจิกายน 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

ปีนี้เป็นปีทองของ “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เพราะนอกจาก บล.ทิสโก้ ที่เขาเป็นผู้บริหารสูงสุดจะได้รับรางวัลบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศยอดเยี่ยมประจำปีนี้จากนิตยสารเอเชียมันนี่แล้ว สภาธุรกิจตลาดทุนไทยยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชน (กกร.) เป็นองค์กรที่ 4 จากที่มีองค์กรเอกชนอยู่ใน กกร.แล้ว 3 แห่งคือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย

นั่นย่อมหมายถึงว่าบทบาทของตลาดทุนภายใต้การบริหารงานของเขาจะมีอิทธิพลสูงสุด ที่มีสิทธิมีเสียงในการออกความเห็นระดับประเทศด้วย

เท่ากับว่าตอนนี้เขาเป็นเอกชนที่มีอิทธิพลสูงสุดด้านตลาดทุนที่ดำรงตำแหน่งใน 5 องค์กร โดยนอกจาก 3 องค์กรข้างต้นแล้ว ยังเป็นนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย

“ไพบูลย์” รับตำแหน่งประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2553 มีวาระสองปี จนถึงวันที่ 29 ส.ค. 2555

เขาเคยแถลงวิสัยทัศน์ว่า จะผนึกกำลังทุกสมาคมในตลาดทุนให้เป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับการเติบโตของตลาดทุนไทย เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมปรับแผนเชิงรุกเพิ่มบทบาทสภาธุรกิจตลาดทุนไทยให้เป็นที่ยอมรับในฐานะองค์กรสำคัญในภาคเศรษฐกิจ

“อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำ แต่ก็ต้องลองดู เพราะที่ผ่านมารัฐจะรับฟังจากภาคธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ เช่น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แต่ในภาคส่วนของตลาดทุนยังไม่มีการรวมตัวกันชัดเจน ซึ่งจากนี้ไปสมาคมต้องผนึกกำลังกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทยมากขึ้น เพราะจะช่วยเป็นกระบอกเสียงในนามตลาดทุนที่หนักแน่นมากขึ้น”

วันนี้ “ไพบูลย์” ได้ไปถึงจุดหมายนั้นแล้ว

สำหรับบทบาทนายกสมาคมนักวิเคราะห์ของเขาจะครบวาระสองปีในปีนี้ ซึ่งต้องติดตามดูว่าจะมีการต่ออายุหรือไม่ ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์ คือ

ทั้งนี้ ผลงานที่ปรากฏต่อสาธารณชนของสมาคมนี้คือจัดงานมหกรรมนักวิเคราะห์ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในงาน SET in The City ที่คุ้นเคยกันทุกปี และมีการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ในตลาดเพื่อหาค่ากลางของเป้าหมายดัชนีหุ้นที่ควรจะเป็นเพื่อสะท้อนทิศทางตลาด

“ไพบูลย์” ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการ บล.ไทยพาณิชย์ เมื่อเดือน ต.ค. 2549 และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ เมื่อต้นปี 2552 ที่ผ่านมา ภายหลังบริษัทจัดโครงสร้างใหม่ยุบตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและเปลี่ยนเป็นตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

สำหรับงานในหน้าที่ผู้นำสูงสุดของ บล.ทิสโก้ ที่เพิ่งได้รับมอบหมายเมื่อต้นปี 2552 เขาวาง บล.แห่งนี้ให้เน้นบริการลูกค้าบุคคลที่มีรายได้ระดับบนที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นจากการที่จะมีการเลิกค้ำประกันเงินฝากธนาคาร และสถาบันทั้งในและนอกประเทศ โดยปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดลูกค้าสถาบันในประเทศของ บล.แห่งนี้ติดอันดับ 1 ใน 3 อันดับแรก นอกจากนั้นยังมีแผนเพิ่มลูกค้าต่างประเทศให้มากขึ้น

บล.ทิสโก้เพิ่งได้หัวหน้าทีมวิจัยคนใหม่ “Derek Bloomfiell” เข้ามารับตำแหน่งนี้เมื่อเดือน ก.ค. 2553 ที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารกองทุนระดับโลก โดยเคยเป็นผู้จัดการกองทุนสิงคโปร์มาก่อน ดังนั้นเชื่อว่าจะสามารถทำให้บทวิจัยของ บล.ทิสโก้ได้รับการยอมรับระดับโลกมากขึ้น

“ตอนนี้สถาบันในประเทศได้มาตรฐานอยู่แล้ว เพราะมีพันธมิตรคือดอยช์แบงก์คอยช่วยเหลือ แต่จากนี้ไปจะเข้าถึงข้อมูลระดับโลกได้และพัฒนาให้รวดเร็วขึ้น และบทวิจัยของเราจะต้องครอบคลุมหุ้นต่างประเทศด้วยในสองแนวทางคือ ครอบคลุมเองและมีดอยช์แบงก์คอยช่วยเหลือ”

เขาตั้งเป้าหมายว่า จะต้องได้สถาบันต่างประเทศชั้นนำของโลกมาเป็นลูกค้าให้ได้จากปัจจุบันเข้าถึงลูกค้าได้ระดับ 2 และ 3 สำหรับลูกค้าชั้นนำนั้นได้ไม่ทั้งหมด และต้องเป็นลูกค้าที่ซื้อขายกันประจำด้วย

ปัจจุบันรายได้ค้าหลักทรัพย์ของ บล.ทิสโก้ 50% มาจากลูกค้าบุคคล 28%สถาบันในประเทศและ 22% ลูกค้าสถาบันต่างประเทศ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 3% อยู่ในอันดับ 1015 ของบรรดาโบรกเกอร์ทั้งหมด 34 แห่ง ซึ่งถ้าสามารถเข้าถึงลูกค้าชั้นนำระดับโลกได้คาดว่าจะขึ้นอันดับ 1 ใน 10 อันดับแรกได้

“ไพบูลย์”เริ่มงานบล.แห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2534 เขาเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จและเป็นจุดขายของ บล.ทิสโก้ มาตลอด โดยได้สร้างชื่อเสียงให้บริษัทเป็นที่ยอมรับของนักลงทุน ทั้งในและนอกประเทศนับตั้งแต่ปี 2546 ที่ บล.ทิสโก้ ได้รับรางวัลบทวิเคราะห์ดีเด่นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากนั้นได้รางวัล 3 ปีซ้อนให้เป็นโบรกเกอร์ชั้นเยี่ยมในประเทศ จากผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนสถาบันมากกว่า 1,600 ราย ที่ใช้บริการโบรกเกอร์ทั่วภูมิภาคเอเชียของนิตยสารเอเชียมันนี่

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากฝีมือของเขาล้วนๆ เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 25462548 นั้น “ไพบูลย์” อยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยและบริการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เป็นกุญแจสำคัญในการติดต่อนักลงทุนเหล่านั้นโดยตรง จนถึงทุกวันนี้เขายังนำ บล.ทิสโก้และบริษัทจดทะเบียนไปนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ

“จุดขายของทิสโก้คือ งานวิจัยที่ทำมาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แม้กระทั่งเกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ จนต้องปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัวปี 2540 บล.แห่งนี้ไม่เคยลดจำนวนคนเลย ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าบทวิจัยที่ดีจะนำไปสู่การให้บริการที่ดีต่อลูกค้า”

“ไพบูลย์” ได้สะท้อนผลงานวิจัยที่ดีไว้ว่า ต้องช่วยในการตัดสินใจของนักลงทุนได้ดีทุกกลุ่ม ครอบคลุมกลยุทธ์การลงทุนในตลาดทุน ตราสารหนี้ อนุพันธ์ และทองคำ ส่วนการลงทุนในหุ้นก็ต้องสามารถสะท้อนในทุกกลุ่มธุรกิจและหมวดอุตสาหกรรมได้

นอกจากนั้น ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักวิเคราะห์ปัจจุบันคือ สามารถทำงานวิจัยได้ไปพร้อมๆ กับเดินทางพบปะและสานสัมพันธ์กับนักลงทุน/บริษัทจดทะเบียนในเวลาเดียวกันด้วย จนปัจจุบันเรียกได้ว่ากลายเป็นนโยบายหลักของทิสโก้ไปแล้ว

“ไพบูลย์” เริ่มงานแรกที่นี่ปี 2534 หลังเรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ (การเงิน) ที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา ที่บลูมมิงตัน รัฐอินเดียนา สหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์อยู่ได้ 2 ปี ด้วยความที่ยังหนุ่มและชอบท้าทายจึงออกไปเป็นนักวิเคราะห์อาวุโสที่ดับบลิวไอคาร์อยู่ได้ 2 ปี ย้ายไปเป็นนักวิเคราะห์สายการลงทุนอาวุโส บล.ไอเอ็นจี แบริ่ง

“ตอนนั้นหุ้นขึ้นฟองสบู่ ผมเป็นมนุษย์ทองคำ คนในสมัยนั้นมีน้อย โดยเฉพาะคนที่เก่งภาษาต่างประเทศ ผมจึงได้รับโอกาสเข้าไปทำงานวิเคราะห์การลงทุนในต่างประเทศ”

จากนั้นปี 2539 ได้กลับมาเป็นผู้อำนวยการสำนักวิจัย บล.ทิสโก้ ก่อนที่จะได้รับการโปรโมตให้พ่วงสายธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งเพราะการควบสองหน้าที่นี้แท้ๆ ที่มีส่วนให้งานทั้งสองสายของ บล.แห่งนี้ได้รับการยอมรับจากวงการทั้งในและต่างประเทศ จนกระทั่งได้รับการโปรโมตเป็นรองกรรมการผู้จัดการและกรรมการผู้จัดการในที่สุด พร้อมพ่วงตำแหน่งอุปนายกสมาคมวิเคราะห์หลักทรัพย์อีกด้วย

จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญระดับประเทศดังที่เขียนไว้ข้างต้น

“สิ่งที่ทำให้ผมก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดนี้เป็นเพราะผมเป็นคนไม่หยุดนิ่ง ชอบติดตามการเปลี่ยนแปลงในทุกเรื่อง รวมถึงความต้องการของลูกค้าและพร้อมที่จะผลักดันให้ความต้องการนั้นเป็นจริง สิ่งที่ผมคำนึงตลอดเวลา คือเราต้องโตไปกับลูกค้าจนกลายเป็นกลยุทธ์ในการทำงานของผม นอกจากให้ความสำคัญกับงานวิจัยที่ดีเป็นหลัก”

เขาเชื่อว่าตำแหน่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ เมื่อก่อนผมเป็นเพียงหัวหน้าแผนก แต่เมื่อเป็นผู้บริหาร วิธีการ ขั้นตอนในการทำงานมีความแตกต่างออกไปจากเดิมที่ต้อง ทำกันในนามบริษัท ถือว่าต้องเริ่มเรียนรู้และหากลยุทธ์ในการทำงานแบบเฉพาะตัวใหม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะเดียวกันนับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายในการทำงาน

ด้วยภารกิจที่รุมเร้าหลายบทบาทและวัยที่เพิ่งขึ้นทำให้ตอนนี้ “ไพบูลย์” หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้นรับประทานอาหารสุขภาพ ออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งทั้งบนลู่ในโปโลคลับและวิ่งจ๊อกกิ้งนอกบ้าน

นอกจากนั้นวันเสาร์อาทิตย์ยังเป็นคุณพ่อแสนดีนำพาลูกเล่นกีฬา ทั้งว่ายน้ำและเทนนิส ขณะที่ตัวเองต้องฝึกตีกอล์ฟไว้ไปกับลูกค้า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน