posttoday
คลังเปิดศึกใหญ่รื้อจ่ายงบท้องถิ่น โละค่าหมอขรก.

คลังเปิดศึกใหญ่รื้อจ่ายงบท้องถิ่น โละค่าหมอขรก.

23 พฤศจิกายน 2553

คลังเปิดศึกเดินหน้ารื้อเงินสมทบท้องถิ่นยันลดรายจ่ายโละค่าหมอ

คลังเปิดศึกเดินหน้ารื้อเงินสมทบท้องถิ่นยันลดรายจ่ายโละค่าหมอ

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 2021 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เสนอแนวทางการควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณใน 3 ประเด็นหลัก เพื่อให้รัฐบาลสามารถจัดทำงบประมาณแบบสมดุลได้ภายใน 5 ปี

ประเด็นแรก ได้เสนอแนวทางการเข้าไปดูแลการโอนเงินงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งที่ผ่านมามีการโอนเงินให้คณะกรรมการกระจายอำนาจตามกฎหมายกำหนด 25% หรือปีละ 23 แสนล้านบาทเพียงครั้งเดียว ทำให้เงินไปกองอยู่และไม่ได้ใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

กรมบัญชีกลางจึงเสนอให้เชื่อมข้อมูลระหว่างกรมบัญชีกลางกับ อปท. เพื่อจะได้เห็นจำนวนเงินที่ต้องใช้จ่ายจริงในแต่ละช่วง เมื่อมีการเบิกจ่ายก็จะโอนไปเท่าที่จำเป็น ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เป็นเงินคงคลังนำไปบริหารให้เกิดประโยชน์

ปัจจุบันเงินคงคลังมีอยู่ 3 แสนล้านบาท หากจัดสรรการเบิกจ่ายสอดคล้องกับความเป็นจริง เงินคงคลังจะสูงถึง 6 แสนล้านบาท หรือ 1 ล้านล้านบาท

ประเด็นที่สอง จะเน้นการควบคุมเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของราชการ ที่มีอัตราการเบิกจ่ายเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ด้วยการให้บริษัทประกันชีวิตเข้ามาดูแลรายจ่ายส่วนนี้แทนรัฐบาล โดยขณะนี้อยู่ได้ให้ทางสมาคมประกันชีวิตไปศึกษาค่าเบี้ยประกัน และสิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการจะได้รับ

ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า รัฐบาลจะไม่จ่ายงบประมาณเพิ่มมากขึ้นจาก 56 หมื่นล้านบาท และสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการต้องไม่น้อยกว่าเดิม

ปัจจุบันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกก็ใช้วิธีนี้ โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันคนละ 2 หมื่นบาทต่อปี แต่มีการจำกัดค่ารักษาพยาบาล ขณะนี้ระหว่างการเจรจากับบริษัทเอกชนว่าสามารถทำได้หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมรักษาพยาบาลด้วยวิธีเมดิเซฟ หรือให้ข้าราชการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยส่วนหนึ่งเพื่อให้ข้าราชการดูแลรักษาตัวเอง ไม่ใช้ชีวิตประมาทที่จะทำให้ป่วยเป็นโรค ขณะนี้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะเสร็จต้นปี 2554

“ทั้งสองแนวทางจะต้องไม่ไปลิดรอนสิทธิการรักษาของข้าราชการ แต่จะเปิดให้ข้าราชการไปรักษาตัวกับโรงพยาบาลเอกชนได้ แต่จะกำหนดค่ารักษาไว้ หากเกินกว่ากำหนดข้าราชการจะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง” นายรังสรรค์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเสนอให้คุมค่าใช้จ่ายกองทุนนอกงบประมาณตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ที่ให้กองทุนที่ใช้เงินนอกงบประมาณ รายงานตัวเลขทางบัญชีให้กรมบัญชีกลางทราบ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า กองทุนนอกงบประมาณมีสินทรัพย์สูงถึง 2.4 ล้านล้านบาท กลับมีเม็ดเงินนำฝากคลังเพียง 1.6 แสนล้านบาท แต่นำไปฝากธนาคารพาณิชย์จำนวนมาก ทำให้วางแผนรายจ่ายลำบาก ต่อไปกองทุนไหนมีเงินฝากมาก ก็ให้ใช้เงินที่มีอยู่ก่อน ไม่ต้องเบิกเงินจากงบประมาณ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน