
อ้อนคลังยกเว้นภาษี หนุนกองทุนอินฟราฯ
โพสต์ทูเดย์
— ก.ล.ต. ทำคลอดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ธ.ค.นี้ อ้อนคลังเลี้ยงให้โต ขอยกเว้นภาษีปันผลกำไรจากการลงทุน แถมลดภาษีโอนที่ดินเหลือ 0.01%นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ก.ล.ต.และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบร่างประกาศกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ ฟันด์) แล้ว และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน ธ.ค. 2553
นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างการขอกระทรวงการคลังให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยยกเว้นภาษีเงินปันผลและภาษีกำไรจากการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนดังกล่าว พร้อมกับขอลดภาษีการโอนที่ดินเหลือ 0.01% จาก 2%
“
ก.ล.ต.หวังว่าทางภาครัฐจะให้การสนับสนุน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากให้เกิด แต่รัฐบาลมีงบลงทุนจำกัด ขณะที่เอกชนมีแหล่งเงินลงทุน เพราะฉะนั้นกองทุนนี้จะช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐ และทำให้ประชาชนมีโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น ไฟฟ้าและประปา” นายประเวช กล่าวผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส กล่าวอีกว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้สำรวจความต้องการของรัฐวิสาหกิจพบว่า การประปาและการทางพิเศษแห่งประเทศไทยสนใจที่จะออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานจะต้องเป็นกองทุนปิด มีเงินทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2,000 ล้านบาท โดยสามารถลงทุนโดยตรงหรือลงทุนผ่านบริษัทลูกของกองทุนที่มีการลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ระบบขนส่งทางราง ไฟฟ้า ประปา ทางพิเศษ และพลังงานทางเลือกได้ โดยมูลค่าการลงทุนในแต่ละกิจการไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท
สำหรับลักษณะสิทธิหรือทรัพย์สินของกองทุนสามารถอยู่ในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น กรรมสิทธิ์ สิทธิการเช่า สิทธิในการจัดหาประโยชน์ ส่วนแบ่งรายได้ รวมทั้งสามารถออกหน่วยลงทุนหลายชนิดที่ให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันได้ (MultiTranche) โดยที่กองทุนสามารถกู้ยืมเงินได้ โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต้องไม่เกิน 3 เท่า และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวสามารถลงทุนในโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์ (Greenfield Project) รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน และหากลงทุนเกินอัตราดังกล่าว ต้องเสนอขายหน่วยลงทุนทั้งหมดต่อผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น และนำหน่วยลงทุนไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 ปีหลังจากทุกกิจการเริ่มมีรายได้เชิงพาณิชย์







