posttoday
มองโลกสื่อสารผ่านทรู "2011 อินเตอร์เน็ตครองเมือง"

มองโลกสื่อสารผ่านทรู "2011 อินเตอร์เน็ตครองเมือง"

22 พฤศจิกายน 2553

แม้การใช้อินเตอร์เน็ตไม่ใช่ “เรื่องใหม่” สำหรับชาวไซเบอร์ แมเนีย แต่กำลังจะกลายเป็น “เรื่องใหญ่” ในปี 2554....

แม้การใช้อินเตอร์เน็ตไม่ใช่ “เรื่องใหม่” สำหรับชาวไซเบอร์ แมเนีย แต่กำลังจะกลายเป็น “เรื่องใหญ่” ในปี 2554....

โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

แม้การใช้อินเทอร์เน็ตไม่ใช่ “เรื่องใหม่” สำหรับชาวไซเบอร์ แมเนีย แต่กำลังจะกลายเป็น “เรื่องใหญ่” ในปี 2554 จากการที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต่างหันมาให้ความสำคัญที่จะกระจายการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งไร้สาย และ ผ่านสาย ให้เข้าถึงประชากรทั่วประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจเกิดได้มากขึ้น เพราะอินเตอร์เน็ตถือเป็นสาธารณูปโภคสำคัญที่ประชากรของประเทศจะต้องได้รับเท่าเทียมกัน

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร  บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า  ช่วงปี 2553-2556 เป็นช่วงที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ตเติบโตเร็ว (Hyper Growth) ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มโลก และในประเทศไทยเองการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสาย หรือ บรอดแบนด์ ในปีหน้าจะเติบโตถึง 33% หรือเพิ่มเป็น 3.2 ล้านครัวเรือนจากขณะนี้  1 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 16.6%  ของจำนวนประชากร ซึ่งอินเตอร์เน็ตที่เข้าถึงเป็ดัชนีสำคัญที่จะเชื่อมช่องว่างระหว่างคนเมืองกับคนชนบทได้เป็นอย่างดี

มองโลกสื่อสารผ่านทรู "2011 อินเตอร์เน็ตครองเมือง"

การที่อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากนั้น เพราะการสื่อสารทุกวันนี้เคลื่อนตัวจากการบริโภคข้อมูลดิบที่มาในรูปแบบข้อความธรรมดา สู่รูปแบบที่เรียกว่า  เร็ว ได้ความหมาย ได้อรรถรส  ผ่านคอนเทนต์ที่เป็น “จริง” มากขึ้นในลักษณะ วิดีโอ และภาพเคลื่อนไหว   ที่จะดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้มากกว่าเดิม  

สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ  โซเชียล มีเดีย  ที่จะกลายเป็นคอนเทนต์หลักของกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ ที่เรียกว่า ดิจิตอลเนทีฟ  จากปัจจุบันที่เติบโตสูงอยู่แล้ว ถึง 43% เนื่องจากเป็นช่องทางการสื่อสารที่ พัฒนาจากการรับ-ส่งอีเมล์ธรรมดา สู่รูปแบบที่โต้ตอบแบบอินเตอร์แอคทีฟ และกลายเป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้ “ขาดไม่ได้” ซึ่งคอนเทนต์ที่มีความเป็นมัลติมีเดียสูงมากเช่นนี้ จะทำให้ความเร็วของอินเตอร์เน็ตในปีหน้าจะอยูที่ระดับ 20-100 เมกะบิตต่อวินาที

ไม่เพียงแต่อินเตอร์เน็ตจะทำให้บรอดแบนด์เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนเท่านั้น  ในส่วนของตลาดมือถือเองก็จะขยายตัวอีก 6-8% ซึ่งมีแรงผลักสำคัญจากการบริโภคดาต้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปีหน้ารายได้จากบริการนันวอยซ์จะแซงหน้าบริการเสียง หรือ มีมูลค่ารวม 1.4 แสนล้านบาท ขณะที่บริการเสียงจะอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาทเท่านั้น  ซึ่งทำให้สงครามราคาค่าโทรหายไป  และเปลี่ยนเป็นการแข่งขันด้านดาต้าแทน

พฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนเข้าสู่มัลติมีเดียนี้  จะส่งผลให้เทรนด์เครื่องลูกข่ายเข้าสู่ยุคหลอมรวม หรือ คอนเวอร์เจนซ์ ดีไวซ์ มากขึ้นไปอีก  โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากไอโฟนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก  ดังนั้น ในปีหน้าจะเห็นเครื่องลูกข่ายที่เป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมสู่โลกอินเตอร์เน็ตและคอนเทนต์มัลติมีเดียได้สะดวกในสัดส่วนที่มากกว่าเครื่องลูกข่ายแบบธรรมดาทั่วไป

สำหรับการลงทุนของทรูในปีหน้านั้นวางไว้หลายรูปแบบ คือ ลงทุนทั่วไป 7,000 ล้านบาท  ในสัดส่วนที่เท่ากันระหว่างทรูมูฟและบรอดแบนด์  แบบที่สอง คือ หากบริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม หรือ เอชเอสพีเอ เกิดขึ้น ทรูจะลงทุนที่ 8,000- 1 หมื่นล้านบาท  ขณะที่การลงทุน 3 จี บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1 กิกะเฮิร์ซ  ทรูลงทุนระดับ 2-3 หมื่นล้านบาท

ส่วนการเข้าซ้อ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์ นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของบริษัท หากความเสี่ยงไม่สูงเกินไป และจะทำให้บริษัทได้ฐานลูกค้าที่ใช้บริการฮัทช์ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1.2-1.3 ล้านราย สามารถสร้างรายได้ 4,500 ล้านบาทต่อปี  นอกจากนี้ ยังได้ศึกษากาทำตลาดในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ ของ บริษัท ทีโอที ซึ่งข้อดีของการทำเอ็มวีเอ็นโอคือลดการลงทุนด้านโครงข่าย และไม่กังวลเรื่องที่ ร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... กำหนดห้ามทำเอ็มวีเอ็นโอ  เนื่องจากเอ็มวีเอ็นโอเป็นหลักปฏิบัติสากลทั่วโลก

ขณะที่การคอนเวอร์เจนซ์  แบบ 4 C คือ คอนเทนต์ คอมมูนิตี้คอมเมอร์ซ และ คอมมูนิเคเตอร์  ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักของทรูที่จะชิงพื้นที่ในอุตสาหกรรมมูลค่าเกือบ 3 แสนล้านบาทในวันที่โลกไร้สายครองเมือง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค