posttoday
เอกชนวอนคลังอย่าแตะภาษีบีโอไอ

เอกชนวอนคลังอย่าแตะภาษีบีโอไอ

18 พฤศจิกายน 2553

เอกชนมึนนโยบายโครงสร้างภาษีคลังทำนักลงทุนสับสนอย่าแตะภาษีบีโอไอหวั่นกระทบความเชื่อมั่น

เอกชนมึนนโยบายโครงสร้างภาษีคลังทำนักลงทุนสับสนอย่าแตะภาษีบีโอไอหวั่นกระทบความเชื่อมั่น

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)  เปิดเผยถึงกรณี กรมสรรพากรมีแผนปรับโครงสร้างภาษี โดยแนวทางหนึ่งเสนอให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มและลดภาษีเงินได้นิติบุคคล  ในขณะที่อีกแนวทางจะเสนอลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีการลงทุน รัฐบาลไม่ควรนำภาษีมูลค่าเพิ่มกับภาษีส่งเสริมการลงทุนมาเชื่อมโยง เพราะเป็นคนละเรื่องกัน

ทั้งนี้การปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจะเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคนเพราะราคาสินค้าจะต้องถูกปรับเพิ่มจากการปรับเพิ่มภาษี  ขณะเดียวกันหากจะลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีการลงทุนเพื่อให้คงภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้องเช่นกัน เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ประเทศมีผลต่อการชักจูงใจการลงทุนจากต่างชาติ  และหากไทยไม่มีนโยบายตรงนี้ การลงทุนจะไม่เกิดการขยายตัว และการสร้างงานจะไม่เกิดขึ้น

“ อยากให้ภาครัฐคิดให้ดี เพราะการยกเลิกสิทธิประโยชน์ภาษีของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มยิ่งไม่เห็นด้วยมันคนละเรื่องกันการคิดแบบนี้เหมือนเอาภาษีอีกอันมาเกลี่ยอีกอันเพื่อให้รายได้คงเดิม ซึ่งต้องคิดและแน่ใจด้วยว่าการไปลดหรือยกเลิกสิทธิประโยชน์ภาษีบีโอไอจะไม่กระทบต่อการลงทุนจริงเพราะอย่าลืมว่าประเทศเพื่อนบ้านต่างก็ใช้นโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน  ถ้าไทยยกเลิกตรงนี้  เงินลงทุนย้ายไปที่อื่นจะทำอย่างไร   ถ้าต้องปรับภาษีมูลค่าเพิ่มน่าจะแบ่งเป็นระดับด้วยคือ สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นก็ควรจะขึ้นไม่มาก แต่ถ้าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยก็ปรับเพิ่มขึ้นให้มากกว่า“นายสันติกล่าว

ด้านนายธนิต    โสรัตน์   รองประธานส.อ.ท.   กล่าวว่า   อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องนี้โดยเร็วและคงไม่เพี้ยนเพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน ซึ่งมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีของบีโอไอเพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง   หากจะมายกเลิกนักลงทุนต่างชาติคงไม่นำเงินมาลงทุนแน่ ในขณะที่ไทยเองก็ต้องการสร้างงานเพิ่มขึ้น

ด้านนายชัยวุฒิ    บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม  กล่าวยอมรับว่ากังวลกับแนวคิดปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้   จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนแน่นอน  ซึ่งการจะปรับภาษีในลักษณะใดคงต้องมีการปรึกษาหารือกันก่อน    เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนเป็นการมองภาพในระยะยาว หากจะมาลดสิทธิประโยชน์ภาษีตอนนี้ ก็ต้องมองถึงนักลงทุนรายเก่าและรายใหม่ด้วย

อย่างไรก็ตามนโยบายสิทธิประโยชน์บีโอไอมีเป้าหมายเพื่อชักจูงนักลงทุนให้เข้ามาในไทย  หากจะปรับเปลี่ยนอะไรคงต้องมองให้รอบด้าน และการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ทางภาษีของบีโอไอจะต้องแก้ไขกฏหมายพ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนด้วย เป็นเรื่องที่มีขั้นตอนในการดำเนินการ

  

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย