
เอกชนวอนคลังอย่าแตะภาษีบีโอไอ
เอกชนมึนนโยบายโครงสร้างภาษีคลังทำนักลงทุนสับสนอย่าแตะภาษีบีโอไอหวั่นกระทบความเชื่อมั่น
เอกชนมึนนโยบายโครงสร้างภาษีคลังทำนักลงทุนสับสนอย่าแตะภาษีบีโอไอหวั่นกระทบความเชื่อมั่น
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณี กรมสรรพากรมีแผนปรับโครงสร้างภาษี โดยแนวทางหนึ่งเสนอให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มและลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ในขณะที่อีกแนวทางจะเสนอลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีการลงทุน รัฐบาลไม่ควรนำภาษีมูลค่าเพิ่มกับภาษีส่งเสริมการลงทุนมาเชื่อมโยง เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
ทั้งนี้การปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจะเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคนเพราะราคาสินค้าจะต้องถูกปรับเพิ่มจากการปรับเพิ่มภาษี ขณะเดียวกันหากจะลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีการลงทุนเพื่อให้คงภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้องเช่นกัน เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ประเทศมีผลต่อการชักจูงใจการลงทุนจากต่างชาติ และหากไทยไม่มีนโยบายตรงนี้ การลงทุนจะไม่เกิดการขยายตัว และการสร้างงานจะไม่เกิดขึ้น
“ อยากให้ภาครัฐคิดให้ดี เพราะการยกเลิกสิทธิประโยชน์ภาษีของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มยิ่งไม่เห็นด้วยมันคนละเรื่องกันการคิดแบบนี้เหมือนเอาภาษีอีกอันมาเกลี่ยอีกอันเพื่อให้รายได้คงเดิม ซึ่งต้องคิดและแน่ใจด้วยว่าการไปลดหรือยกเลิกสิทธิประโยชน์ภาษีบีโอไอจะไม่กระทบต่อการลงทุนจริงเพราะอย่าลืมว่าประเทศเพื่อนบ้านต่างก็ใช้นโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน ถ้าไทยยกเลิกตรงนี้ เงินลงทุนย้ายไปที่อื่นจะทำอย่างไร ถ้าต้องปรับภาษีมูลค่าเพิ่มน่าจะแบ่งเป็นระดับด้วยคือ สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นก็ควรจะขึ้นไม่มาก แต่ถ้าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยก็ปรับเพิ่มขึ้นให้มากกว่า“นายสันติกล่าว
ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องนี้โดยเร็วและคงไม่เพี้ยนเพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน ซึ่งมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีของบีโอไอเพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง หากจะมายกเลิกนักลงทุนต่างชาติคงไม่นำเงินมาลงทุนแน่ ในขณะที่ไทยเองก็ต้องการสร้างงานเพิ่มขึ้น
ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวยอมรับว่ากังวลกับแนวคิดปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนแน่นอน ซึ่งการจะปรับภาษีในลักษณะใดคงต้องมีการปรึกษาหารือกันก่อน เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนเป็นการมองภาพในระยะยาว หากจะมาลดสิทธิประโยชน์ภาษีตอนนี้ ก็ต้องมองถึงนักลงทุนรายเก่าและรายใหม่ด้วย
อย่างไรก็ตามนโยบายสิทธิประโยชน์บีโอไอมีเป้าหมายเพื่อชักจูงนักลงทุนให้เข้ามาในไทย หากจะปรับเปลี่ยนอะไรคงต้องมองให้รอบด้าน และการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ทางภาษีของบีโอไอจะต้องแก้ไขกฏหมายพ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนด้วย เป็นเรื่องที่มีขั้นตอนในการดำเนินการ







