
ต่อต้านคอร์รัปชันหลักการที่ 10 ปฏิญญาสากล (ตอนที่ 2 )
....ยุทธ วรฉัตรธาร
ฉบับที่แล้วได้พูดถึง 10 หลักการปฏิญญาสากลขององค์การสหประชาชาติ ในฉบับนี้จะนำเสนอในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักการดังกล่าว ดังนี้
ที่มาของหลักการ
‘ต่อต้านคอร์รัปชัน’เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2547 มีการประชุมสุดยอดผู้นำปฏิญญาสากลขององค์การสหประชาชาติและร่วมกันประกาศให้
“การต่อต้านคอร์รัปชัน” เป็นหลักการที่ 10 ของปฏิญญาสากลและประกาศให้ความสนับสนุนและส่งสัญญาณให้ทั่วโลกได้รับรู้ เรียกร้องให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบความท้าทายของการกำจัดคอร์รัปชัน ซึ่งรวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชันด้วย และเพื่อให้มีเครื่องมือระดับสากลไว้ต่อต้านคอร์รัปชัน ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดเครื่องมือซึ่งมีผลทางกฎหมายไว้ใช้ปฏิบัติตามหลักการที่ 10 ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาจุดมุ่งหมายของหลักการที่ 10
จุดมุ่งหมายของหลักการที่ 10 นอกจากต้องการให้หลีกเลี่ยงการให้สินบน การรีดไถ และการคอร์รัปชันทุกรูปแบบแล้วยังต้องการให้มีการพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ต้องการให้บริษัทต่างๆ ร่วมกับรัฐบาล ตัวแทนต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติ รวมถึงสังคมทั่วไปตระหนักถึงความโปร่งใสของเศรษฐกิจโลกให้มากขึ้น
นิยามของคอร์รัปชัน การรีดไถ และการให้สินบน
เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน ยังมีการนิยามเพื่อความชัดเจน ดังนี้
“
คอร์รัปชัน” หมายถึง การใช้อำนาจที่ได้รับมอบหมายประพฤติผิดเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ผลประโยชน์ในที่นี้เป็นทั้งในรูปที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน“
การรีดไถ” หมายถึง การกระทำที่เป็นการเรียกร้องให้ผู้อื่นให้สินบน การเรียกร้องมีลักษณะข่มขู่ คุกคาม ซึ่งเป็นภัยต่อความสุจริตส่วนบุคคล“
การให้สินบน” หมายถึง การเสนอให้หรือรับของขวัญ เงินกู้ ค่าธรรมเนียม รางวัล หรือผลประโยชน์อื่นใดให้แก่ หรือจากบุคคลซึ่งต้องการโน้มน้าวให้กระทำการบางอย่างที่ไม่สุจริต ผิดกฎหมายหรือผิดจรรยาบรรณทางธุรกิจแนวปฏิบัติเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชัน
ในปฏิญญาสากลยังแนะนำให้พิจารณาองค์ประกอบ 3 ประการ เมื่อต้องการดำเนินการใดๆ ตามหลักการที่ 10 ดังนี้
1.ภายในองค์กร ขั้นแรกให้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านคอร์รัปชันภายในองค์กร
2.ภายนอกองค์กร รายงานการปฏิบัติการต่อต้านคอร์รัปชันในรายงานประจำปี รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หลักปฏิบัติที่ดีโดยการนำเสนอตัวอย่างหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง
3.ในรูปหมู่คณะ ร่วมแรงร่วมใจกับธุรกิจต่างๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ สร้างเครื่องมือแนวปฏิบัติต่อต้านการคอร์รัปชัน
พิจารณาจากความหมายของคำว่า
“ปฏิญญา” รวมถึงเหตุผลที่ต้องประกาศหลักการที่ 10 ให้เป็นปฏิญญาสากล น่าจะสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าทุกประเทศมีปัญหาเรื่องคอร์รัปชัน การรับสินบนและรีดไถ เพียงแต่ระดับความรุนแรงแตกต่างกัน ที่เห็นพ้องกันคือ ความเสียหายและความไม่เป็นธรรม พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ผู้บริสุทธิ์ที่มีเจตนาปฏิบัติตามกฎหมายเสียเปรียบ ทำให้กฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีการใช้ทรัพยากรขาดประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับภาระในรูปภาษีหรือซื้อของแพง ทำให้ระบบการค้าขายไม่มีมาตรฐาน สร้างวัฒนธรรมที่เลวร้ายต่อสังคมและผลกระทบต่างๆ อีกมากมาย จึงไม่แปลกใจในที่มาของหลักการที่ 10 ที่แปลกใจคือเวลาประชุมสุดยอดผู้นำ ใครไปประชุม ประชุมมาแล้วตกลงกับชาวบ้าน ผมไม่เห็นผู้นำที่ไปประชุมมาตีฆ้องร้องป่าวให้คนรู้ ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคเอกชนปฏิบัติ มีบางผู้นำทำท่าจะเอาจริงแต่สุดท้ายก็ไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรม ร้ายกว่านั้นคือทำซะเอง ที่เห็นๆ ทำกันจริงจังในบริษัทเอกชนหลายแห่งซึ่งสะท้อนจากจรรยาบรรณทางธุรกิจที่เขียนไว้ แม้จะทำแบบตัวใครตัวมัน แต่ก็ถือว่าทำด้วยจิตสำนึกที่ดี หวังว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะมีการรวมพลังสร้างฝันให้เป็นจริง โดยมีผู้นำที่ดีช่วยออกหน้าสนับสนุน






