
โลกไร้สาย ทลายกำแพงการสื่อสาร จับตาจุดเปลี่ยน 4G ปีหน้า
“
ใครบางคนอาจคิดว่าโทรศัพท์มือถือก็แค่การพูดคุยสนทนาธรรมดาก็เพียงพอแล้ว แต่หากจินตนาการไปอีก10 ปีข้างหน้า เมื่อโลกมาถึง ค.ศ. 2020 เทคโนโลยีไร้สายจะพัฒนาไปถึงไหน กำแพงการสื่อสารจะถูกทลายลงจนเกินจินตนาการ เมื่อนั้นแค่การพูดคุยได้ยินเสียงกันธรรมดาคงไม่ใช่สิ่งที่ต้องการอีกต่อไป”นี่คือภาพของสังคมในอนาคตที่หลูเสี่ยวเฟิง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีไร้สาย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีนและของโลก ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กว่า 48 เครือข่ายใน 21 ประเทศ มองไปในทศวรรษหน้า ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของหัวเว่ยที่จะมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีมูลค่าถึง 10% ของรายได้รวมตลอดปี
ผลของการทุ่มเทวิจัยและพัฒนาช่วยให้เราได้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ไม่นานมานี้หัวเว่ยได้ทดลองเปิดให้บริการระบบ TDLTE/SAE เครือข่าย 4G ครอบคลุมทั่วพื้นที่งานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ที่เซี่ยงไฮ้ โดยผู้ใช้บริการดังกล่าวสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงถึง 29 เมกะบิตต่อวินาที หรือเท่ากับ 10 เท่าของเครือข่าย 3G
ขณะเดียวกัน ก็ได้สาธิตการทดสอบเทคโนโลยี LTE โดยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขณะโดยสารในรถไฟแม่เหล็กไฟฟ้าความเร็วสูง ความเร็วมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือที่เรียกว่า แม็กเลฟ ของนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ นั่นคือความเร็วในการดาวน์โหลดมากกว่า 50 เมกะบิตต่อวินาที
ในฐานะที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โจวติงฮุย รองกรรมการผู้จัดการบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) เห็นว่า เป้าหมายของหัวเว่ย คือการได้สร้างโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นบริการใดก็ตาม โดยพัฒนาร่วมกันกับผู้ให้บริการและพันธมิตรต่างๆ อย่างสุดความสามารถของทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและจีน ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการในประเทศให้ครบถ้วนทุกด้าน
“
บริษัทมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย โดยหัวเว่ยยังคงเดินหน้าแนะนำเทคโนโลยีสื่อสารประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น CDMA, 3G, 4G, LTE,NGN, FTTx หรือแม้แต่แอพพลิเคชันต่างๆ ที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของคนไทย”ขณะที่ หลูเสี่ยวเฟิง มองว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้เข้าสู่ยุค 3G และ 4G จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ และให้ประสบการณ์การสื่อสารที่คนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้มากขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น
“
หัวเว่ยเชื่อว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยยังคงเป็นตลาดที่มีความสำคัญในภูมิภาคนี้ และมีศักยภาพสามารถเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากความต้องการของผู้ใช้บริการยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั้งในด้านความบันเทิง การสื่อสารทั่วไป หรือติดต่อทางธุรกิจ ซึ่งเหล่านี้ย่อมต้องสื่อสารอยู่บนโครงข่ายพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่าต่อการลงทุนของผู้ให้บริการไปพร้อมกันด้วย”เทคโนโลยี 3G ที่จะเข้ามายังสังคมไทยในไม่ช้านี้ กำแพงการสื่อสารที่ค่อยๆพังทลายด้วยเทคโนโลยี อาจทำให้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญให้ชีวิตผู้คนผูกโยงเข้ากับการสื่อสารที่สมบูรณ์ด้วยความเร็ว ใช่เพียงแค่เสียง แต่รวมถึงภาพ และเป็นภาพเคลื่อนไหว
ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ผู้บริหารหัวเว่ยมั่นใจอย่างยิ่งว่า ในปี 2554 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับความนิยมในเทคโนโลยี LTE ที่นำการสื่อสารเข้าสู่ยุค 4G







