
ซูซาน อี โชอร์ตี หวังจีเอ็มประเทศไทยโต2หลักต่อเนื่อง!!!
การเปลี่ยนแปลงของ จีเอ็ม มอเตอร์ส ในตลาดโลก หลังประสบปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการตั้งบริษัทใหม่อย่าง จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ หรือ จีเอ็มไอโอ...
การเปลี่ยนแปลงของ จีเอ็ม มอเตอร์ส ในตลาดโลก หลังประสบปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการตั้งบริษัทใหม่อย่าง จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ หรือ จีเอ็มไอโอ...
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
การเปลี่ยนแปลงของ จีเอ็ม มอเตอร์ส ในตลาดโลก หลังประสบปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดการตั้งบริษัทใหม่อย่าง จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ หรือ จีเอ็มไอโอ ที่ดูแลตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอฟริกากลาง ตะวันออกกลาง รัสเซีย และกลุ่มประเทศรัฐอิสระและดูเหมือนว่าทิศทางของจีเอ็มไอโอกำลังเติบโตไปได้สวยในตลาดโลก
ด้วยการดูแลตลาดมากกว่า 75 แห่ง ที่ครอบคลุมปริมาณประชากรโลกกว่า 80% รวมถึงดูแลกว่า 51% ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในพื้นที่ดังกล่าว จีเอ็มไอโอยังดูแลบรรดาตลาดใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอย่างแท้จริง โดยมีตลาดที่ใหญ่และเป็นศูนย์กลางการบริหารงานอย่างประเทศจีนเป็นประเทศเป้าหมายสำคัญ
ซูซาน อี โดเชอร์ตี รองประธานบริหารด้านการขาย การตลาด และบริการหลังการขาย จีเอ็มไอโอ บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมาจีเอ็มไอโอถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านยอดขาย และการแนะนำสินค้าใหม่ๆ ในแต่ละตลาดในภูมิภาคที่ดูแล ซึ่งก็รวมถึงตลาดจีน อินเดีย รวมถึงภูมิภาคอาเซียน
“สำหรับในประเทศไทย เราเองคาดหวังการเติบโตในตลาดนี้เช่นเดียวกัน โดยมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์นั่งอย่างเชฟโรเลต ครูซ ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นสินค้าที่น่าสนใจ และเราคาดหวังว่าคนไทยจะชื่นชอบทั้งสินค้าและแบรนด์ของเชฟโรเลต และช่วยผลักดันให้ยอดจำหน่ายของเชฟโรเลตในประเทศไทยเติบโตในระดับ 2 หลักต่อเนื่องไปในอนาคต”
หลังเข้ารับตำแหน่งในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซูซานมีหน้าที่หลักในการสร้าง|ภาพลักษณ์ที่ดี และผลักดันยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในเครือของจีเอ็ม ไม่ว่าจะเป็น เชฟโรเลต บูอิก จีเอ็มซี โฮลเด้น และคาดิแล็ก
ซูซานพูดถึงแนวทางในการทำตลาดของจีเอ็มว่า สิ่งที่จีเอ็มไอโอพยายามทำอยู่ก็คือ การสร้างแบรนด์ การให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้บริการและพัฒนายานยนต์ออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งโดยส่วนตัวของเธอ เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกของเชฟวี โกลบอล แบรนด์ เคาน์ซิล ที่จะดูแลในเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์เชฟโรเลตโดยตรง ซึ่งเป้าหมายคือต้องการให้เชฟโรเลตเติบโตอย่างเต็มศักยภาพสมบูรณ์มากที่สุด
นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่า ต้องการนำยานยนต์ของจีเอ็มให้มาเป็นตัวช่วยประสานจินตนาการให้แก่ลูกค้า โดยได้ตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้าส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ประมาณ 75% ด้วยสินค้าที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาออกมาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้
ซูซานได้ยกตัวอย่างเชฟโรเลต โวลต์ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มใหม่ที่จะเข้ามาต่อยอดและพัฒนายานยนต์ทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้าในอนาคต ด้วยการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ โดยในเบื้องต้นโวลต์ได้ถูกนำออกมาทดลองวิ่งก่อนประมาณ 50-100 คันเพื่อศึกษาตลาดและความต้องการจากกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากการพัฒนาเป็นที่เรียบร้อยเชฟโรเลต โวลต์ รุ่นใหม่จะเริ่มวางตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงเดือน พ.ย.นี้ โดยเปิดราคาจำหน่ายที่ 4.1 หมื่นเหรียญสหรัฐ แต่ลูกค้าที่ซื้อรถดังกล่าวจะได้รับการชดเชยภาษีจำนวน 7,500 เหรียญสหรัฐ สำหรับการเลือกใช้รถยนต์พลังงานทางเลือกในสหรัฐอเมริกา
“สำหรับเชฟโรเลต โวลต์ จะมีเป้าหมายการผลิตเพื่อจำหน่ายในปีแรกที่ 1 หมื่นคัน และจะเพิ่มเป็น 3 หมื่นคันในปี 2555 ซึ่งนอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว เรายังมองหาตลาดอื่นๆ ที่มีความเหมาะสมในการเปิดตัวรถรุ่นนี้เช่นกัน”
อย่างไรก็ตาม ซูซาน บอกว่า สิ่งที่ต้องพยายามทำควบคู่กันไปกับการพัฒนาสินค้าใหม่ก็คือ การให้ความรู้ในเรื่องพลังงานทางเลือกใหม่ เช่น พลังงานไฟฟ้า พลังงานจากไฮโดรเจน ฯลฯ กับผู้บริโภคทั่วไป และแน่นอนว่า บริษัทก็ต้องการความร่วมมือจากภาครัฐในการสนับสนุนสาธารณูปโภคต่างๆ ให้เกิดขึ้น เพื่อให้รองรับกับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ
และนี่คือแนวคิดของผู้บริหารจีเอ็มไอโอ ที่มั่นใจว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ เป้าหมายที่คาดการณ์ก็เป็นไป|ได้ไม่ยากเช่นกัน!!!







