
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ"เชียงของ" ค้าชายแดนขยาย 2 พันล้าน
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ "เชียงของ" ค้าชายแดนขยาย 2 พันล้าน
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ "เชียงของ" ค้าชายแดนขยาย 2 พันล้าน
โดย ...ชินภัทร์ ไชยมล
การค้าชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้านในช่วงปี 2552 ที่ผ่านมาถือว่ามีสัญญาณที่ดีหลายอย่าง โดยเฉพาะหลังการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ประเทศจีนได้เสนอตั้งกองทุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนกู้ยืม ซึ่งโครงการหนึ่งที่จีนให้ความสำคัญคือการพัฒนาเส้นทางจากตอนใต้ของจีนเข้ามายังพื้นที่ภาคเหนือของไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อเส้นทางสายR3A ด้าน อ.เชียงของ จ.เชียงรายและเส้นทางสาย R3B ด้านอ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมทั้งการพัฒนาเส้นทางรถไฟ จากเชียงใหม่มาถึงเชียงราย
การที่จีนให้ความสำคัญกับประเทศไทย ก็ด้วยสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ไม่เพียงแต่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ทางตอนใต้ยังติดต่อกับมาเลเซียและสิงคโปร์ ช่องแคบมะละกาจุดขนส่งทางทะเลที่สำคัญ
ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจที่การพัฒนาในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับเส้นทางการค้าดังกล่าวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจึงทำให้มูลค่าการค้าชายแดนด้านอ.เชียงแสน และเชียงของ ขยายตัวทุกปี
นายสมเกียรติ พิสุทธิเจริญพงศ์นายด่านศุลกากรเชียงของ เปิดเผยว่า การนำเข้าส่งออกในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะการส่งออกจากปี 2551 ที่มีมูลค่า 900 ล้านบาทต่อปี แต่ในปี 2552 ขยายเป็น 2,000 ล้านบาท
"สินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ยังคงเป็นสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้างและผลไม้ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างปรับตัวส่งออกเพิ่มขึ้นแซงหน้าเครื่องอุปโภคบริโภคเล็กน้อย และในอนาคตเชื่อว่าการค้าชายแดนบริเวณ อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาวจะเติบโตไปได้อีกมาก จึงต้องเตรียมขยายพื้นที่บริเวณด่านศุลกากรเพื่อรองรับ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการให้ดีที่สุด"
นายด่านศุลกากรเชียงของประเมินว่า ในอนาคตหากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เชื่อมเชียงของ-บ่อแก้วแล้วเสร็จ ก็จะยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าบริเวณดังกล่าวเติบโตขึ้นจากเดิมอีกหลายเท่าตัว
"ช่วงปลายปี 2552 มีรถบรรทุกสินค้าเข้ามารวมแล้วกว่า200 คัน จากเดิมที่มีเพียงเดือนละ 50 คัน ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 90 คัน จะเป็นรถบรรทุกน้ำมัน ที่เหลือจะเป็นรถบรรทุกสินค้าเกษตรประเภทผัก ผลไม้ และดอกไม้จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าบริเวณชายแดนอ.เชียงของ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น"
ทั้งนี้ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมระหว่างอ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ตามข้อตกลงของกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ซึ่งเดิมคาดการณ์ว่าจะมีการประกวดราคากันแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2552 เริ่มก่อสร้างได้ตั้งแต่เดือนก.พ. 2553 เป็นต้นไป แต่ขณะนี้ต้องเลื่อนออกไป
ทั้งนี้ เนื่องจากผู้นำไทย-จีนเพิ่งจะลงนามความตกลงด้านการเงินในโครงการนี้ เมื่อคราวประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรืออาเซียนซัมมิตครั้งที่ 15 ที่ชะอำ จ.เพชรบุรีเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2552 จากนั้นจะเปิดซองประมูลในเดือนม.ค.นี้ เพื่อให้ทันการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553-2555 ภายในระยะเวลา 30 เดือน จากนั้นการก่อสร้างก็จะเดินหน้าและคาดว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ เพราะได้มีการสำรวจ ออกแบบและจัดเตรียมงบประมาณด้านต่างๆ เอาไว้พร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงการเข้าไปก่อสร้างอย่างเดียวเท่านั้น







