posttoday
ผู้ถือหุ้นใหญ่บิ๊กซีชนะประมูลซื้อคาร์ฟูร์

ผู้ถือหุ้นใหญ่บิ๊กซีชนะประมูลซื้อคาร์ฟูร์

15 พฤศจิกายน 2553

คาสิโนกรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่บิ๊กซี ชนะประมูลซื้อห้างค้าปลีก คาร์ฟูร์ ด้วยราคา 3.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้สาขาบิ๊กซีเพิ่มเป็น103แห่ง

คาสิโนกรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่บิ๊กซี ชนะประมูลซื้อห้างค้าปลีก คาร์ฟูร์ ด้วยราคา 3.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้สาขาบิ๊กซีเพิ่มเป็น103แห่ง

บริษัท คาสิโน กรุ๊ป เจ้าของร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส ได้ชนะการประมูลซื้อ บริษัท คาร์ฟูร์ในประเทศไทยที่มีสาขาทั้งสิ้น 43 สาขา ด้วยราคา 868 ล้านเหรียญยูโร หรือ หรือ 35,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวถือหุ้น บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในประเทศไทย และ 2 บริษัทจะร่วมตัวกัน และจะส่งผลให้สาขาของบิ๊กซีเพิ่มเป็น 103 สาขา จาก 60 สาขาในปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่า 35,500 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดค้าปลีกในประเทศไทยเหลือเพียง 2 เจ้าใหญ่เท่านั้น และการควบรวมดังกล่าวจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือน ม.ค. ปีหน้า

ทั้งนี้ คาสิโน กรุ๊ป ได้ซื้อกิจการคาร์ฟูร์เฉพาะในประเทศไทย และภายหลังการเข้ามาบริหารแล้วจะทำให้มีสาขาในเครือจำนวน 103 แห่ง (สาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตบิ๊กซี และคาร์ฟูร์ ) และมีจำนวนสาขาใกล้เคียงกับเทสโก้ โลตัส ที่ปัจจุบันมีสาขา 116 แห่ง และเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ส่วนชื่อธุรกิจจะใช้ชื่อใดนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมทั้งการดำเนินงานในส่วนของบุคลากรในคาร์ฟูร์ที่มีราว 7,000 คน ว่าจะมีการโอนย้ายอย่างไร   

อย่างไรก็ตาม การประกาศขายกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์คาร์ฟูร์ ที่จะมุ่งมั่นในตลาดที่สามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำ โดยที่ผ่านมา การตลาดในประเทศไทยไม่เอื้ออำนวยให้คาร์ฟูร์ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำ และยังไม่เห็นสัญญาณอย่างชัดเจน แม้จะเป็นช่วงระยะเวลากลาง หรือในระยะยาว โดยคาร์ฟูร์ เริ่มเข้ามาก่อตั้งกิจการค้าปลีกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1996   จนปัจจุบันนี้ มีสาขาทั้งสิ้นจำนวน 42 แห่ง โดยเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 34 แห่ง (7 สาขาเป็นเจ้าของกิจการทั้งหมด)   และจัดเป็นกลุ่มผู้ค้าอาหารประเภทโมเดิร์นเทรด อันดับ 5 ของประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 6%,  มียอดขายสุทธิ 723 ล้านยูโร  และ EBITDA รวม 67 ล้านยูโร ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2010)

ด้านแหล่งข่าวจากวงการค้าปลีก  กล่าวว่า การซื้อกิจการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบิ๊กซี เพราะปัจจุบันมีกฏหมายควบคุมการขยายสาขาห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ทำให้การขยายสาขาขนาดใหญ่เป็นไปได้ยาก แต่การซื้อกิจการในครั้งนี้จะทำให้บิ๊กซีมีสาขาขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นได้หลายสาขาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังส่งผลให้ในธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตจะมีผู้เล่นเหลือเพียง 2 รายใหญ่ จะทำให้ตลาดมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการจัดกิจกรรมทางการตลาดและการจัดรายการส่งเสริมการขาย จนเกิดเป็นสงครามราคาได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด และสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง      

ด้านนายคริส บุช ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า บริษัทวางแผนดำเนินธุรกิจในปี 2554 จะเดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่ รวมทั้งการปรับปรุงสาขาเดิม พร้อมยังมีการจ้างงานใหม่อีกราว 6,000 ตำแหน่ง โดยตลอดช่วง 16 ปีที่ผ่านมา  เทสโก้ โลตัสได้ลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทั้งเปิดสาขาใหม่ ลงทุนจ้างแรงงาน รวมเม็ดเงินในการลงทุนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท และมีสาขาในไทยขนาดใหญ่ 87 สาขาในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค