
รัฐบาลหนุนเอกชนไทยลงทุนนอก
กรณ์การันตีรัฐบาลหนุนเอกชนไทย ขยายการลงทุนไปยังดตลาดอาเซียน
กรณ์การันตีรัฐบาลหนุนเอกชนไทย ขยายการลงทุนไปยังดตลาดอาเซียน
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ล่าวปาฐกาพิเศษ เรื่อง"โอกาสทองของธุรกิจไทย ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน"ว่า การรวมตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 ซึ่งจะมีการเปิดเสรีหลายด้าน ทั้งการค้า การลงทุน บริการ แรงงาน เพื่อให้ประเทศในอาเซียนเป็นตลาดเดียวกันเพื่อ และเพื่อให้ประเทศสมาชิกได้ใช้โอกาสในการขยายการค้าการลงทุน โดยมูลค่าการค้าของอาเซียน เทียบเท่า 100% ของมูลค่าเศรษฐกิจของอาเซียน และมูลค่าการค้าระหว่างกลุ่มอาเซียนมีมากกกว่าการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ รวมกับการค้าไทย-ยุโรป
"วันนี้ไม่ใช่เป้าหมายเพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่มองโอกาสทางธุรกิจร่วมกับในการรวมตัวกับอาเซียนให้มีความเคลื่อนไหวทางการค้าเสรี แรงงานเสรี ภายในกลุ่มอาเซียน หากเราอยู่นิ่งจะเสียเปรียบ เราประสบความสำเร็จ เหมือนที่หลายประเทศประสบความสำเร็จได้ต้องหนุนการไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กลุ่มอิตัลไทย หรือ กลุ่มซีพี แต่การเป็นบริษัทใหญ่มีทุนและความรู้เพียงพอ จึงเป็นประเด็นท้าทายให้ผุ้ประกอบการเข้าถึง" รมว.คลังกล่าว
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ช่วงนี้ที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น ภาคเอกชนไทยไทยควรใช้โอกาสในการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อขยายฐานการผลิต แสวงหาโอกาสร่วมกันของภาครัฐและเอกชน โดยรัฐบาลพร้อมที่จะช่วยเหลือ และสนับสนุนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมที่น่าจะไปลงทุนในประเทศต่างๆ
ขณะที่ประเด็นท้าทายรัฐบาล ที่เป็นอุปสรรคต่อภาคเอกชน ยอมรับว่าขั้นตอนทางราชการยังมีการเคลื่อนไหวที่ล่าช้า ซึ่งในส่วนของขั้นตอนทางศุลกากร จะมีการแก้ไขกฎหมายอีกครั้งในต้นปี 54 เพื่อปลดล็อคอุปสรรคให้ผู้ประกอบการ นอกจากนี้จะมีการปฎิรูปด้านการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น เช่น การลดขั้นตอนการขอจัดตั้งบริษัท ซึ่งไทยใช้เวลาถึง 32 วัน หากเทียบกับ สิงคโปร์ที่ใช้ 15 วัน
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ท้าทายเอกชนในการเปิดการค้าเสรีภายใต้เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน คือการพัฒนาประชากรเพื่อรองรับระดับการแข่งขันที่สูงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันไทยมีประชากรในวัยทำงาน 72% แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประชากรวัยสูงอายุ จะเพิ่มจาก 11% เป็น 22%
นอกจากนี้ การเปิดตลาดหากเลือกที่จะไม่ขยายโอกาสในอาเซียนจะนำไปสุ่ต้นทุนที่สูงขึ้น และการกระจายความเสี่ยงน้อยกว่า ขณะที่มาตรการพนักงานจะเริ่มด้อยลงเมื่อเทียบคู่แข่ง ระดับการพัฒนาสินค้าจะช้ากว่าคู่แข่งขัน และท้ายที่สุดขีดความสามารถการแข่งขันจะน้อยลงเมื่อเทียบคู่แข่งในอาเซียน







