
เงินบาทอ่อนชั่วคราว หลังมีแรงซื้อเงินดอลล์
....วารุณี สิทธิถาวร
สัปดาห์ที่ผ่านมา (812 พ.ย. 2553) เงินบาทยังคงปรับตัวในทิศทางแข็งค่า เคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 29.4629.86 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 29.6229.99 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ทั้งนี้ ในต้นสัปดาห์ เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มอ่อนค่าลงหลังนักลงทุนมีการขายทำกำไรระยะสั้น ขณะที่เหรียญสหรัฐมีการฟื้นตัวขึ้นหลังข้อมูลการจ้างงานในเดือน ต.ค.ออกมาค่อนข้างดี ทำให้นักลงทุนมีมุมมองในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น
แต่ตัวเลขอัตราการว่างงานที่ทรงตัวที่ 9.6% เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจนักว่าตลาดแรงงานของสหรัฐจะปรับตัวดีขึ้นในระยะอันใกล้นี้
อย่างไรก็ดี มีแรงขายเหรียญสหรัฐของกลุ่มผู้ส่งออกทองคำหลังราคาทองในตลาดโลกพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1,400 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ช่วยให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะลดช่วงบวกลงในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา หลังจากที่เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นมาก
ทั้งนี้ ตลาดยังวิตกเกี่ยวกับปัญหาทางการคลังของยุโรป ปัจจัยลบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียในช่วงปลายสัปดาห์ และข่าวที่ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังศึกษาวิธีการบริหารจัดการเงินทุนไหลเข้าและเครื่องมือในการดูแลเงินทุนและพร้อมนำมาใช้หากเกิดสถานการณ์จำเป็น ส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงและร่วงสู่ระดับ 29.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์
โดยนักวิเคราะห์มองว่า การปรับตัวขึ้นของเหรียญสหรัฐอาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น เนื่องจากการอัดฉีดเงิน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ น่าจะไปกระตุ้นให้มีการทำ Dollar Carry Trade มากขึ้น อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มปรับแข็งค่าขึ้นโดยอยู่ที่ระดับ 29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงบ่ายวันอังคาร จากแรงขายเหรียญสหรัฐฯ ของกลุ่มผู้ส่งออกทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นเหนือระดับ1,400 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ บวกกับความวิตกเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินและปัญหาการคลังของไอร์แลนด์ทำให้นักลงทุนมีการเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น และช่วยหนุนให้เงินบาทปรับตัวขึ้นได้ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยลบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นและการเข้าแทรกแซงตลาดอย่างต่อเนื่องของธปท.
ช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับ 29.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ โดยปรับอ่อนค่าลงตามสกุลเงินภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนมีการขายทำกำไรระยะสั้น หลังจากที่ค่าเงินภูมิภาคมีการปรับแข็งค่าขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังเกิดจากเงินเหรียญสหรัฐมีการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น
เงินบาทที่ร่วงลงสู่ระดับ 29.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี และยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 29.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐในวันศุกร์ เนื่องจากมีแรงซื้อคืนเงินเหรียญสหรัฐเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังเงินเหรียญสหรัฐดีดตัวกลับค่อนข้างเร็วในตลาดต่างประเทศจากความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของไอร์แลนด์ และปัจจัยลบจากการร่วงลงของตลาดหุ้น ขณะเดียวกันการแทรกแซงตลาดโดยการเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐของ ธปท.ยังเป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดมุ่งความสนใจไปที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ซึ่งคาดว่าจะการพูดคุยถึงผลกระทบจาการดำเนินมาตรการ QE2 ของสหรัฐฯ ที่มีต่อการค้าโลกและตลาดปริวรรตเงินตรา หลังเริ่มมีเสียงวิจารณ์มากขึ้นว่าการดำเนินมาตรการผ่อนคลายของสหรัฐฯ มีผลไม่มากนักต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กลับสร้างความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในอนาคต อีกทั้งการอ่อนค่าของเหรียญสหรัฐฯ นำไปสู่ความไม่สมดุลให้กับการค้าโลกในช่วงต่อไป
นอกจากนี้ เงินบาทยังได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นไทยท่ามกลางความกังวลว่าทางการจะมีการควบคุมการปล่อยสินเชื่อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งฉุดให้ตลาดหุ้นไทยร่วงลงกว่า 12 จุด เช่นเดียวกับเงินบาทที่ร่วงลงสู่ระดับ 29.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ขณะเดียวกันการแทรกแซงตลาดโดยการเข้าซื้อเหรียญสหรัฐฯของธปท.ยังเป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในช่วงปลายสัปดาห์
สำหรับสัปดาห์นี้ (1519 พ.ย. 2553) สายงานธุรกิจตลาดทุนมองว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยคาดว่าสัปดาห์นี้จะปรับตัวในช่วง 29.5029.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 29.4629.86 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ทั้งนี้ คาดว่านักลงทุนยังคงมุ่งความสนใจไปที่ปัญหาหนี้สินของประเทศในยุโรป ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อภาวะการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่จะเป็นปัจจัยบวกให้เหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามดูปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะต้องติดตามว่า ธปท.จะมีการประกาศมาตรการดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุนเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากความเห็นเกี่ยวกับการศึกษามาตรการดูแลเงินทุนของ ธปท.อาจจะสร้างความกังวลให้กับตลาด และส่งผลให้เงินบาทปรับอ่อนค่าลงได้
อย่างไรก็ตาม มาตรการเก็บภาษีจากการลงทุนในพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติที่กระทรวงการคลังออกมาในช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ไม่สามารถยับยั้งการแข็งค่าของเงินบาทได้ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้







