posttoday
ซิงเกอร์ฝ่าน้ำท่วม รายได้กระทบ2%

ซิงเกอร์ฝ่าน้ำท่วม รายได้กระทบ2%

15 พฤศจิกายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — SINGER ชี้น้ำท่วม กระทบรายได้ 12% ทำให้ทั้งปีโตไม่ถึงเป้าหมาย 15% ชี้ยังไม่ถึงจุดต้องตั้งสำรองหนี้เพิ่ม ช่วยลูกค้าลดเงินผ่อนยืดเวลาชำระหนี้ถึงสิ้นปี

นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณภาค กลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ว่า มีลูกค้าได้รับความเดือดร้อนประมาณ 3,500 บัญชี ซึ่งมีภาระผ่อนชำระค่างวดเฉลี่ย 800 บาทต่อรายต่อเดือน ทำให้บริษัทเก็บเงินได้ลดลงเดือนละ 3 ล้านบาท เป็นเวลา 2 เดือน (ต.ค.พ.ย.) เนื่องจากลูกค้ามีความสามารถในการผ่อนลดลง และเดินทางก็มีความลำบาก โดยลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด 90%

“เราคาดว่าน้ำท่วมจะทำให้รายได้ลดลง 12% เมื่อเทียบกับเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้จะขยายตัว 15% จากปีก่อนอยู่ที่ 1,874 ล้านบาท และอัตรายอดเก็บค่าผ่อนชำระเงินจากลูกค้าปรับตัวลง 1% จากตัวเลข 9 เดือนอยู่ที่ 88% ของวงเงินที่เก็บได้ทั้งหมด” นายบุญยง กล่าว

กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า รายได้ของบริษัทมีการเติบโตต่อเนื่อง 8 เดือน แต่น้ำท่วมจะส่งผลต่อผลดำเนินงานในไตรมาส 4 แต่ยังไม่ถึงกับต้องตั้งสำรองหนี้ เพราะบริษัทได้มีกลยุทธ์และแผนรองรับจากครั้งที่บริษัทเคยมีประสบการณ์ความผิดพลาดจากการทำธุรกิจมอเตอร์ไซค์ โดยให้พนักงานขายเก็บเงินชำระมากกว่าค่างวดที่กำหนดขั้นต่ำไว้ ส่งผลให้ยอดชำระค่างวดจะรับรู้ไปถึง 45 เดือนล่วงหน้าแล้ว ประกอบกับตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าห่วงที่ 7% ซึ่งดีกว่าสิ้นปีก่อนที่มากถึง 16%

อย่างไรก็ดี บริษัทได้มีมาตรการช่วยลูกค้าที่ประสบอุทกภัยด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกค้า โดยยืดเวลาการชำระหนี้ให้นานขึ้น ด้วยการลดค่างวดตามกำลังผ่อนของลูกค้าแต่ละคน โดยเฉลี่ย 50% เพื่อให้ลูกค้ามีความสามารถในการจ่ายเงินได้

กรณีที่ลูกค้ามีประวัติดีมาตลอด แต่ไม่สามารถเดินทางมาชำระหรือผิดนัดชำระ ก็จะยกเว้นให้โดยไม่ต้องติดบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) จากฝ่ายสินเชื่อ ซึ่งเกณฑ์นี้จะยกเว้นให้กับลูกค้าถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันบริษัทยังต้องมีการเฝ้าระวังกำลังซื้อของลูกค้าต่อไปด้วย โดยเฉพาะลูกค้าจากภาคกลางที่ยังมีน้ำท่วมขังนานกว่าอีสานและใต้

ด้านผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ กำไรสุทธิเท่ากับ 13.93 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.05 บาท พุ่งขึ้น 131% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 6.03 ล้านบาท หรือ 0.02 บาท โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 451 ล้านบาทเป็น 491 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลงจาก 20 ล้านบาทเหลือ 13 ล้านบาท

รวม 9 เดือนปีนี้ กำไรสุทธิ 50.81 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น ขยายตัว 43.77% จากระยะเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 35.34 ล้านบาท หรือ 0.13 บาทต่อหุ้น

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย