
ตื่นสงครามค่าเงิน
หุ้นดิ่ง 12 จุด ไม่สน MSCI นำหุ้น IVLTHAI เข้าคำนวณน้ำหนัก ด้าน IVL บุกจีน ขณะที่ PTT ทุ่ม 1.6 หมื่นล้าน ลุยธุรกิจเหมืองเต็มสูบ
หุ้นดิ่ง 12 จุด ไม่สน MSCI นำหุ้น IVLTHAI เข้าคำนวณน้ำหนัก ด้าน IVL บุกจีน ขณะที่ PTT ทุ่ม 1.6 หมื่นล้าน ลุยธุรกิจเหมืองเต็มสูบ
ดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ปรับตัวลดลง มาปิดที่ 1,029.86 จุด ลดลง 12.42 จุด หรือ 1.19% มูลค่าการซื้อขายกว่า 40,097 ล้านบาท ต่างชาติขาย 1,440 ล้านบาท ส่วนเงินบาทอ่อนค่าลงมาปิดที่ 29.6329.65 บาท
ทั้งนี้ หุ้นไทยลดลงตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่นักลงทุนยังเฝ้ารอผลการประชุมของ จี20 เน้นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่จีนออกมาตรการดับร้อนต่อเนื่อง และธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ในเอเชียอาจออกมาตรการเพื่อดูแลค่าเงินหลังสหรัฐอัดเงินเข้าระบบ 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
นักลงทุนไม่สนองข่าวที่ MSCI นำหุ้น IVL และการบินไทย (THAI) เข้าสู่การคำนวณดัชนีและเพิ่มน้ำหนักหุ้นกสิกรไทย (KBANK) หุ้นบีอีซีเวิลด์ (BEC) แต่ถอนหุ้นบ้านปู (BANPU) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) ออก
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินบริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 11 พ.ย. อนุมัติให้ พีทีที อินเตอร์เนชันแนล (PTTI) ซึ่งเป็นบริษัทที่ PTT ถือหุ้นอยู่ 100% เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท Straits Resources Limited ซึ่งจดทะเบียนในออสเตรเลียมูลค่ารวม 1.66 หมื่นล้านบาท หลังซื้อบริษัทจะได้เงินสดทันทีประมาณ 1,525 ล้านบาท และได้หุ้นสามัญ 40% ในบริษัท PTT Asia Pacific Mining Pty Ltd. (PTTAPM) และเมื่อรวมกับที่ซื้อเมื่อปี 2552 จะทำให้ถือหุ้น 100%
นอกจากนี้ ยังได้หุ้น 45.6% ใน Straits Asia Resources Limited (SAR) ซึ่งประกอบกิจการเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย และถือหุ้น 35% ในบริษัทร่วมทุนกับ Far East Energy Corporation Pty Ltd. ซึ่งได้รับสิทธิศึกษาแหล่งถ่านหินในประเทศบรูไน และหุ้น 33.5% ในบริษัทที่ประกอบธุรกิจเหมืองถ่านหินในประเทศมาดากัสการ์
นายโซวิค รอย เชาว์ดูรี่ เลขานุการบริษัท อินโดรามาเวนเจอร์ส (IVL) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ได้อนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก โดยมีกำลังผลิตประมาณ 4.06 แสนตันต่อปี จาก Guangdong Shinda UHMWPE Co., Ltd. ซึ่งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก PET และผลิตโพลีเอสเตอร์ เส้นใย และเส้นด้าย และผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้ในอุตสาหกรรม คาดว่าการซื้อกิจการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการขออนุมัติจากหน่วยงานและเงื่อนไขอื่นจากผู้ขาย และถือเป็นการออกไปลงทุนในจีนครั้งแรก
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) กล่าวว่า บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 3 จำนวน 13,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 249% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,808.82 ล้านบาท มาจากกำไรที่ได้รับจากการจำหน่ายหุ้นในบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย
สำหรับผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลัก บริษัทมีรายได้จากการขายรวมจำนวน 13,688 ล้านบาท ลดลง 193 ล้านบาท หรือลดลง 1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
“จากสภาวะราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี ดังนั้นจึงคาดว่าราคาขายเฉลี่ยถ่านหินของบริษัทฯ ในปีนี้น่าจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 71.7 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยปริมาณการจำหน่ายถ่านหินอาจจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 23 ล้านตันเล็กน้อย ในขณะที่ เป้าหมายรายได้จากการขายรวมของปีนี้จะใกล้เคียงกับปี 2552 ที่ประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท” นายชนินท์ กล่าว







