
บทเรียนจากสหรัฐถึงจีน
โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้นำบทเรียนที่น่าศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และกรณีตัวอย่างจากประเทศจีนมาเป็นอุทาหรณ์
กรณีสหรัฐอเมริกานั้น ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2551 จำนวนที่อยู่อาศัยเกิดเพิ่มขึ้นปีละ 1.52.0 ล้านหน่วย แต่หลังวิกฤตมีบ้านสร้างใหม่ปีละไม่เกิน 0.5 ล้านหน่วย เท่ากับว่า จำนวนบ้านเกิดขึ้นเกินความต้องการจริงถึงสองเท่าตัวในแต่ละปี ทั้งมีการรีไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาใช้โดยไม่มีมาตรการควบคุมอีกทั้งราคาที่เพิ่มขึ้นปีละ 10% ตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2552 ทำให้มีการนำบ้านไปเพิ่มวงเงินกู้เพื่อนำเงินมาใช้สอยกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสถาบันการเงินปล่อยกู้อย่างไม่มีมาตรการอะไรเป็นพิเศษ
สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาอสังหาริมทรัพย์ร้อนแรงเกินไปในจีนนั้น ได้ดำเนินการมาเป็นระยะ อาทิ ผู้ที่จะซื้อบ้านเป็นหลังที่สอง ต้องมีเงินดาวน์ไม่น้อยกว่า 40% ของราคาบ้าน ผู้ขายบ้านที่ถือครองต่ำกว่า 5 ปีต้องเสียภาษีธุรกิจ ต่อมาแก้เป็นผู้ซื้อบ้านหลังที่สองต้องวางเงินดาวน์ 50% จนล่าสุดวันที่ 9 พ.ย. 2553 จีน ออกนโยบาย
“1 ครัวเรือน 1 บ้าน” เพื่อลดความร้อนเเรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่หวั่นเกรงจะกระทบกับอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย






