
ไมเนอร์ฯ ปิดดีลหมื่นล้าน ขายโรงแรม 3 แห่ง ในเมืองลิสบอน โปรตุเกส
ขายให้"อินเวสโก"กองทุนระดับโลก ปี 62 รับรู้กำไร 2,172 ล้านบาท พร้อมเช่ากลับบริหารต่อ ชี้ดีลนี้ได้ประโยชน์ 3 ด้าน
ขายให้"อินเวสโก"กองทุนระดับโลก ปี 62 รับรู้กำไร 2,172 ล้านบาท พร้อมเช่ากลับบริหารต่อ ชี้ดีลนี้ได้ประโยชน์ 3 ด้าน
นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT)เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาเพื่อขายโรงแรม 3 แห่งในเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ซึ่งได้แก่ โรงแรมทิโวลี อเวนิดา ลิเบอร์ดาเด ลิสบัว, ทิโวลี ออเรียนเต้ ลิสบัว และอวานี อเวนิดา ลิเบอร์ดาเด ลิสบอน ให้กับอินเวสโก เรียลเอสเตท (Invesco) ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล ในราคารวมทั้งสิ้น 313 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 1.09 หมื่นล้านบาท
การขายสินทรัพย์ดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม ( EV/EBITDA)สุทธิอยู่ที่ 19 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่บริษัทซื้อมา และ MINT จะรับรู้กำไรจากการขายสุทธิจำนวน 62 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,170 ล้านบาท ในปี 2562 และเมื่อการขายเสร็จสิ้น เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป (NHH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ MINTจะเป็นผู้บริหารโรงแรมทั้ง 3 ภายใต้สัญญาเช่าบริหารซึ่งมีระยะเวลา 20 ปี พร้อมทั้งสิทธิในการขยายระยะเวลาในการเช่า รวมระยะเวลาสูงสุด 60 ปี
ทั้งนี้ การขายและการเช่ากลับของโรงแรมดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2562 เมื่อได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปิดการขาย หลังจากการทำธุรกรรมนี้ MINT จะยังคงเป็นผู้บริหารโรมแรมทั้ง 3 แห่ง ผ่าน NHH ภายใต้แบรนด์เดิม
ในเชิงกลยุทธ์การขายสินทรัพย์ดังกล่าวจะมีประโยชน์ 3 ด้านดังนี้
1. เพิ่มอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR )จากการเข้าซื้อกลุ่มโรงแรมทิโวลี 14 แห่งเมื่อปี 2559 ให้สูงกว่า 20 %
2. ได้เงินลงทุนที่ใช้ในการเข้าซื้อกลุ่มโรงแรมทิโวลี ในปี 2559 คืนเกือบทั้งหมด ด้วยการขายโรงแรมเพียง 3 แห่งจาก 14 แห่ง ในขณะที่ยังคงรักษา EBITDA ได้ในสัดส่วนที่มากกว่า 75 % ของ EBITDA รวมของทั้งกลุ่มโรงแรมทิโวลี
3.ไมเนอร์ ฯ จะยังคงรับรู้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นของโรงแรมดังกล่าว ผ่านสัญญาเช่าระยะยาว ด้วยการเป็นพันธมิตรกับนักลงทุนสถาบันที่แข็งแกร่ง โดยที่ยังคงเป็นเจ้าของแบรนด์ทิโวลีและฐานการดำเนินงานของกลุ่มโรงแรมทิโวลีในประเทศโปรตุเกสและบราซิลต่อไป
ทั้งนี้ ในอนาคต MINTจะยังคงมุ่งสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการเลือกพิจารณาโอกาสในการลงทุนและวิธีการต่างๆ ในการสร้างความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน รวมถึงการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์
ส่วนในด้านสินทรัพย์ จากการที่ MINT ได้ลงทุนใน NHH ในสัดส่วน 94 % เป็นผลให้ MINT มีฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในการที่จะร่วมงานกับนักลงทุนสถาบันที่ลงทุนในโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ในทวีปยุโรปและลาตินอเมริกา และมีประสบการณ์เชิงลึกในการจัดโครงสร้างและดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างสัญญาเช่าโรงแรมระยะยาว ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างการเติบโตและผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นของ MINT ผ่านช่องทางเชิงกลยุทธ์ใหม่
นายดิลลิป กล่าวว่า การขายสินทรัพย์ในครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการใช้กลยุทธ์การหมุนเวียนสินทรัพย์ โดยร่วมมือกับนักลงทุนสถาบันที่เหมาะสม เพื่อร่วมกันสร้างผลตอบแทนในอนาคต
นอกจากนี้ การขายสินทรัพย์ดังกล่าวจะช่วยให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นตามที่บริษัทเคยได้กล่าวไว้ ช่วยให้ MINT สามารถคงมูลค่าของโรงแรมส่วนมากไว้และรักษาผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากสัญญาเช่าระยะยาวดังกล่าว ภายใต้แบรนด์ของบริษัท อีกทั้งสามารถรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงแรมที่ดียิ่งขึ้นผ่านฐานการดำเนินงานทวีปยุโรปใต้ของ NHH ที่มีประสิทธิภาพ การขายสินทรัพย์ดังกล่าว







