
เพิ่มโควตานำเข้านม อ้างวัตถุดิบไม่พอใช้
โพสต์ทูเดย์
— รัฐอนุมัติเพิ่มโควตานำเข้านมผงขาดมันเนยให้ผู้ประกอบการแก้ขาดแคลนนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติจัดสรรโควตานมผงขาดมันเนย ปี 2553 เพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการกลุ่มนิติบุคคลที่ 2 ที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากวัตถุดิบที่เหลือในคลังสินค้ามีไม่เพียงพอ โดยใช้โควตาที่เหลือคืนมาจากผู้ประกอบการกลุ่มนิติบุคคลที่ 1 จำนวน 2,461.32 ตัน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ซึ่งไม่ถือว่านำเข้าเพิ่มจากโควตาทั้งหมด
ทั้งนี้ การเปิดตลาดสินค้านมผงขาดมันเนยตามความตกลงการค้าระหว่างประเทศ ประจำปี 2553 รวม 57,574 ตัน แบ่งเป็นตามข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปริมาณ 5.5 หมื่นตัน และความตกลงทางการค้าเสรีไทยออสเตรเลีย (TAFTA) ปริมาณ 2,574 ตัน โดยให้เก็บภาษีในโควตาเท่าเดิมตามที่เก็บจริงในอัตรา 5% และแบ่งการจัดสรรเป็น 2 กลุ่ม โดยผู้ประกอบการกลุ่มนิติบุคคลที่ 1 ได้รับการจัดสรร 80% เป็นจำนวน 46,059.20 ตัน และผู้ประกอบการกลุ่มนิติบุคคลที่ 2 ได้รับการจัดสรร 20% เป็น 11,514.80 ตัน
พร้อมกันนี้ ครม.รับทราบผลดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาไก่ไข่ และเห็นชอบผลการศึกษาวิเคราะห์โครงสร้าง บทบาท และผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ที่ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า จำเป็นต้องมีคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ต่อไป เพื่อบริหารจัดการไก่ไข่ของประเทศ โดยที่ผ่านมาองค์ประกอบของคณะกรรมการยังไม่เหมาะสม ควรเน้นความเป็นกลาง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดำเนินธุรกิจไก่ไข่และผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณะกรรมการที่ปรึกษาควรมีภาคเกษตรกรและเอกชนเข้าร่วม มีอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธาน โดยการแก้ปัญหาต้องทำทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพราคา สร้างความมั่นคงในอาชีพ และให้ผู้บริโภคได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี







