
โสภณฟัน‘ทอท.’ ล้างคาวที่จอดรถ
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นผลการตรวจสอบพื้นที่จอดรถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน พบว่ามีความบกพร่องในนโยบายที่ไม่รัดกุม
ทั้งนี้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนนโยบายในการบริหารจัดเก็บค่าจอดรถเป็นเปิดให้สัมปทานเอกชน จากเดิมที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เป็นผู้บริหารจัดเก็บค่าจอดรถเอง และพบว่าหน่วยปฏิบัตินั้นประมาทเลินเล่อในการดำเนินงาน
กระทรวงคมนาคมจะส่งผลการตรวจสอบดังกล่าวให้คณะกรรมการ ทอท. ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะคณะกรรมการ ทอท.ถือเป็นผู้มีอำนาจที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อหาบุคคลมารับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
สำหรับ สาเหตุที่ต้องให้คณะกรรมการ ทอท.ชุดใหม่ดำเนินการแทนกรรมการชุดปัจจุบัน เพราะคณะกรรมการทอท.ชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงกรรมการตามวาระ ซึ่งกรรมการทอท.ได้ลาออก 5 ราย
“
คณะกรรมการ ทอท.มีหน้าที่กำหนดนโยบายเมื่อพบความบกพร่องจากการออกนโยบายก็ต้องมีการสอบสวน หากพบว่าผิดจริงก็ต้องปลด แต่ต้องดูรายละเอียดของผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการก่อนว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร รวมถึงพิจารณาอำนาจหน้าที่ว่าคณะกรรมการจะตรวจสอบกันเองได้หรือไม่ด้วย” นายโสภณ กล่าวนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบ กล่าวว่า จะเสนอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการให้นายโสภณภายใน 12 สัปดาห์นี้ ส่วนความบกพร่องจากการออกนโยบายนั้น ทอท.จะเป็นผู้พิจารณารายละเอียด หากต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนระดับคณะกรรมการ ทอท. จะต้องนำเสนอเรื่องมายังกระทรวงคมนาคมเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนคณะกรรมการ ทอท.ต่อไป
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบการบริหารพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพบประเด็นกรณีคุณสมบัติบริษัท วี ดับเบิ้ลยู ไอ เอ็น ถือหุ้นในบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์ ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดคุณสมบัติการประกวดราคา ซึ่งจะมีผลให้สัญญาสัมปทานประกอบกิจการบริหารจัดการอาคาร และลานจอดรถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของบริษัท ปาร์คกิ้งฯ เป็นโมฆะนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเอกสารยืนยันเรื่องประสบการณ์การทำงานบริหารลานจอดรถของบริษัท วี ดับเบิ้ลยู ไอ เอ็น จากโรงแรงเจ้าพระยาปาร์ค และบิ๊กซีสะพานควาย โดยยืนยันว่าผลการตรวจกรณีสัญญาเป็นโมฆะหรือไม่นั้น จะไม่ทำให้ผลการตรวจสอบเบื้องต้นเปลี่ยนแปลง แต่จะมีผลต่อการได้สิทธิการบอกเลิกสัญญากับบริษัท ปาร์คกิ้งฯ เพราะหากสัญญาเป็นโมฆะจะถือว่าเอกชนไม่ได้สิทธิตั้งแต่ต้น







