posttoday
บลจ.มองหุ้นพักฐานเต็มที่920

บลจ.มองหุ้นพักฐานเต็มที่920

09 พฤศจิกายน 2553

 

 

MFCชอบหุ้นสหรัฐส่อแววฟื้น ไทยพาณิชย์ลุยบอนด์อิสราเอล

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.เฮโลขายกองทุนใหม่ “แอสเซท พลัส” ลุยหุ้นไทย มองปรับฐานไม่เกิน 510% MFC เลือกหุ้นสหรัฐ “ไทยพาณิชย์” เปิดตลาดใหม่ลุยพันธบัตรอิสราเอล

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 2 ทำให้นักลงทุนขายทำกำไรออกมา ส่งผลให้แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นกลับสู่ปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น แต่คาดว่าดัชนีน่าจะปรับตัวลงไม่เกิน 510% เนื่องจากช่วงปลายปียังมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ประมาณ 2,0005,000 ล้านบาท ที่จะเข้ามาช่วยหนุนตลาด

“แม้ว่าตลาดน่าจะปรับฐานในช่วงปลายปี 2553 เนื่องจากดัชนีขึ้นมามากแล้ว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นบางตัวเริ่มตึงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการในปี 2553 และการคาดการณ์ผลประกอบการในปี 2554 ประกอบกับในช่วงปลายปีนี้ นักลงทุนต่างชาติอาจขายหุ้นเพื่อทำกำไรบ้าง ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดปรับตัวลดลงในช่วงสั้น แต่ไม่น่าจะปรับตัวลงลึกมากนัก น่าจะอยู่ที่ระดับ 920950 จุด และปีหน้าปรับตัวขึ้นถึง 1,150 จุด โดยเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี” นางลดาวรรณ กล่าว

บริษัทจึงออกกองทุนเปิดแอสเซท พลัส สมาร์ท 8 (ASPSMART 8) ขายระหว่างวันที่ 919 พ.ย. 2553 ซึ่งเป็นกองทุนผสม มีอายุโครงการ 1 ปี สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ในประเทศได้ 0–100% เป้าหมาย การสร้างผลตอบแทนสุทธิที่ระดับ 10% จากเงินลงทุนเริ่มแรก และปิดกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนผ่านระดับ 11 บาท หรือเมื่อครบอายุกองทุน 1 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดเกิดก่อน

ด้านนายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า เอ็มเอฟซีเตรียมเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ยู เอส 10 (IUS10) ทาร์เก็ตฟันด์กองทุนแรกที่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เปิดขายตั้งแต่วันที่ 915 พ.ย.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ตั้งเป้ากำไร 10% ภายใน 1 ปี เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นยังถูกและมีโอกาสปรับตัวขึ้น

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรอิสราเอล 6M1 (SCBISB6M1) เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ โดยมีขนาดกองทุน 2,000 ล้านบาท เสนอขายวันที่ 915 พ.ย. 2553 ระยะเวลาลงทุน 6 เดือน สามารถลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท และคาดผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1.8% ต่อปี

กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศอิสราเอลที่ออกโดยรัฐบาลอิสราเอลไม่ต่ำกว่า 80% ซึ่งมีความมั่นคงสูง เนื่องจากปิดความเสี่ยงด้วยอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน นอกจากนี้ประเทศอิสราเอลยังได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับที่ดีกว่าทั้งรัฐบาลเกาหลีใต้และรัฐบาลไทย โดยอยู่ในระดับ A1 จากมูดี้ส์ และระดับ A จาก S&P

“ในช่วงนี้เรามองว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้เริ่มไม่จูงใจนักลงทุนเท่าที่ควรจึงทำให้มีการหันกลับมาลงทุนในพันธบัตรในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามเรายังสามารถแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศใหม่ๆที่มีศักยภาพและให้ผลตอบแทนที่ดีได้ โดยเหตุผลที่เลือกลงทุนในประเทศอิสราเอลเพราะถือเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสูง และยังมีแนวโน้มขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงขึ้นด้วย โดยมีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 4.2% เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้จะอยู่ที่ประมาณ 3% จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนระยะสั้นเพียง 6 เดือน” นางโชติกา กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน