posttoday
แอสเซทพลัสผุดกองทุนลุยหุ้นไทย

แอสเซทพลัสผุดกองทุนลุยหุ้นไทย

08 พฤศจิกายน 2553

บลจ.แอสเซท พลัส เชื่อมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 2 จี้นักลงทุนกลับมาพิจารณาปัจจัยพื้นฐานหุ้นมากขึ้น จังหวะเหมาะขายกองทุน ASP-SMART8 ซื้อหุ้นไทย ขาย 9-19 พ.ย.นี้

บลจ.แอสเซท พลัส เชื่อมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 2 จี้นักลงทุนกลับมาพิจารณาปัจจัยพื้นฐานหุ้นมากขึ้น จังหวะเหมาะขายกองทุน ASP-SMART8 ซื้อหุ้นไทย ขาย 9-19 พ.ย.นี้

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นรวดเร็ว เพื่อเก็งกำไรจากการคาดการณ์มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 2 (QE2) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากเฟดได้สรุปใช้มาตรการ QE2 ผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพิ่มขึ้นอีก 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวตามคาดหมายของตลาดแล้ว คาดว่าอาจจะมีการขายทำกำไรเมื่อตลาดทราบข่าวที่เกิดขึ้นจริงในหุ้นบางกลุ่มบ้าง และส่งผลให้แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นกลับสู่ปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าดัชนีน่าจะปรับตัวลงที่ระดับไม่เกิน 5-10% เนื่องจากในช่วงปลายปี มักจะยังมีเม็ดเงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ประมาณ 2,000-5,000 ล้านบาท ที่จะเข้ามาช่วยหนุนตลาดอยู่

นอกจากนี้ จากการที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเบื้องต้นว่าเศรษฐกิจไทยปี 2553 จะสามารถขยายตัวได้ 7% ต่อปี และปีหน้าขยายตัวได้ 4.5% ต่อปี จากภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวโน้มของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยในปี 2554 ยังมีโอกาสเติบโตสูงจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจพลังงาน ธนาคาร ธุรกิจการเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ซึ่งจะผลักดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ต่อไป ซึ่งมองว่าในช่วงนี้เป็นจังหวะดีช่วงหนึ่งในการลงทุนในหุ้นไทย

“แม้ว่าตลาดน่าจะปรับฐานในช่วงปลายปี 2553 เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นมามากแล้ว ส่งผลให้มูลค่าหุ้นบางตัวเริ่มตึงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการในปี 2553 และการคาดการณ์ผลประกอบการในปี 2554 ประกอบกับในช่วงปลายปีนี้ นักลงทุนต่างชาติอาจขายหุ้นเพื่อทำกำไรบ้าง ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดปรับตัวลดลงในช่วงสั้น แต่ไม่น่าจะปรับตัวลงลึกมากนัก โดยน่าจะอยู่ที่ระดับ 920-950 จุด ซึ่งถือเป็นโอกาสเหมาะในการลงทุนในหุ้นไทย ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในปี 2554 ที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่น่าพอใจในปี 2554 จึงคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ น่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นถึง 1,150 จุด” นางลดาวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตามจากปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัทเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเสนอขายกองทุนหุ้นที่เน้นการบริหารแบบสร้างผลตอบแทนเป้าหมาย บริษัทจึงเปิดเสนอขาย IPO กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 8 (ASP-SMART 8) ระหว่างวันที่ 9-19 พ.ย.2553 นี้ โดยหลังจากการระดมเงินลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะรอจังหวะทยอยเข้าลงทุนเมื่อระดับดัชนีหรือราคาหุ้นเป้าหมายปรับลดลงมาในระดับที่น่าลงทุน โดยเลือกลงทุนในหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มการเติบโตในปี 54 ในระดับสูง

กองทุน ASP-SMART8 เป็นกองทุนผสมที่มีอายุโครงการ 1 ปี สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารทุนและตราสารหนี้ในประเทศ ได้ 0–100% ทำให้กองทุนมีความยืดหยุ่นในด้านการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น เพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนในช่วงที่ตลาดเหมาะสม และมีเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนสุทธิที่ระดับ 10% จากเงินลงทุนเริ่มแรก และปิดกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนผ่านระดับ 11.00 บาท  หรือเมื่อครบอายุกองทุน 1 ปี  แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดก่อน

กองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย ได้แก่ หุ้นในกลุ่มพลังงาน และธนาคารพาณิชย์ และหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยผู้จัดการกองทุนจะใช้ SET50 FUTURES  เพื่อบริหารความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มผันผวนสูงได้ 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน