
กู้เงินแบงก์โปะไทยเข้มแข็งชุดใหญ่
โพสต์ทูเดย์
— คลังทิ้งทวนกู้เงินโปะไทยเข้มแข็ง 5.9 หมื่นล้านนายสุวิชญ โรจนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 พ.ย. กระทรวงการคลังจะเสนอวงเงินกู้สำหรับใช้ในโครงการไทยเข้มแข็งงวดสุดท้ายจำนวน 5.9 หมื่นล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ โดยเงินกู้จำนวนดังกล่าวตามกฎหมายจะต้องกู้ภายในสิ้นปี 2553 นี้เท่านั้น
ทั้งนี้ คาดว่าจะทยอยขอกู้จากธนาคารพาณิชย์ ด้วยวิธีการเปิดประมูลให้ธนาคารพาณิชย์เสนออัตราดอกเบี้ยและวงเงินกู้มาให้กระทรวงการคลังพิจารณาโดยตรง แทนที่จะกู้เงินจากประชาชนด้วยวิธีการออกพันธบัตร
นายสุวิชญ กล่าวว่า การกู้เงินโครงการไทยเข้มแข็งในครั้งนี้ จะทำให้เต็มวงเงินตามที่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท แยกออกเป็นเงินจำนวน 5 หมื่นล้านบาทนั้น จะเป็นการกู้ไปเพื่อชดเชยเงินคงคลัง และอีก 3.5 แสนล้านบาท เป็นการกู้เพื่อลงทุนโครงการไทยเข้มแข็งที่ใช้สำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล
สำหรับการกู้เงินลงทุนโครงการไทยเข้มแข็งนั้น ปัจจุบันโครงการไทยเข้มแข็งส่วนแรก 1.99 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 1.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 70.72% ยังเหลือโครงการที่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายอีก 5.42 หมื่นล้านบาท หรือ 29.28% ขณะที่โครงการไทยเข้มแข็งส่วนที่สอง วงเงิน 1.49 แสนล้านบาทนั้น มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 1.08 แสนล้านบาท หรือ 76.04% เหลือวงเงินที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายอีก 3.41 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23.96%
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบให้โยกเงินโครงการไทยเข้มแข็ง 4.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่ยังไม่มีการเบิกจ่าย ให้นำไปใช้เพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในประเทศไทย ซึ่งส่วนหนึ่งจะใช้เงินจากการกู้ครั้งสุดท้ายนี้ด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบเศรษฐกิจที่เกิดจากน้ำท่วมภาคใต้เพิ่มเติม คาดว่าจะมีผลกระทบมากกว่าน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ที่ได้มีการประเมินผลกระทบไปว่าจะมีความเสียหาย 7,0002 หมื่นล้านบาท และทำให้เศรษฐกิจหดตัวลง 0.10.2%
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อรวมผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมด รวมถึงผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่าที่กระทบการขยายตัวให้เศรษฐกิจลดลง 0.1% เชื่อว่าเศรษฐกิจของไทยในปี 2553 จะยังขยายตัวได้มากกว่า 7% จาก 7.6%
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารวางแผนจะเป็นผู้ปล่อยกู้ในโครงการไทยเข้มแข็งไว้ 1.21.5 แสนล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ชนะประมูลยกล็อต 3 หมื่นล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.8%







