posttoday
เงินบาทแข็งค่า ขานรับมาตรการเฟด

เงินบาทแข็งค่า ขานรับมาตรการเฟด

08 พฤศจิกายน 2553

....ทีมข่าวการเงิน

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (15 พ.ย. 2553) เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 29.89 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยปรับแข็งค่าขึ้นจากระดับ 29.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน

โดยเป็นการปรับตัวในทิศทางเดียวกับค่าเงินภูมิภาคที่ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ที่ยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่องจากการคาดการณ์เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นที่ค่อนข้างคึกคัก หลังมีการรายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนออกมาดีเกินคาด ทำให้นักลงทุนมีมุมมองในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจเอเชียและหนุนภาวะการลงทุนในตลาดหุ้น เห็นได้จากแรงซื้ออย่างหนาแน่นในตลาดหุ้นไทยซึ่งหนุน ให้ดัชนีปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,000 และทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 ปี โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลในเชิงบวกต่อค่าเงินบาท

การแข็งค่าของเงินบาทยังเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังคงทำธุรกรรมอย่างระมัดระวังในช่วงก่อนรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ ในวันที่ 2 พ.ย. และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 23 พ.ย. โดยเฉพาะประเด็นการประกาศมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE โดยตลาดมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะมีการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้นอีกราว 5 แสนล้าน ถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหากตัวเลขจริงที่ประกาศออกมามีวงเงินมากกว่าหรือน้อยกว่าที่ ตลาดคาดการณ์ย่อมมีนัยสำคัญต่อภาวะการลงทุนในตลาดการเงินและทิศทางค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ

ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบใกล้ระดับ 29.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์

ในช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามทิศทางสกุลเงินเอเชีย หลังการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Fed Funds Rate) ที่ระดับ 00.25% ซึ่งเป็นระดับที่กำหนดไว้ตั้งแต่การประชุมเดือนธ.ค. 2008 โดยย้ำว่าเฟดจะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ย ในระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปอีกระยะหนึ่ง

พร้อมกันนี้เฟดยังจะมีการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นอีก 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในกลางปีหน้า โดยเป็นการทยอยเข้าซื้อราว 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน โดยหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้ต้นทุนการกู้ยืมลดต่ำลงสำหรับผู้บริโภค และภาพธุรกิจยังคงได้รับผลกระทบ จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่มีความรุนแรงมากที่สุดนับจากช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ

อย่างไรก็ดี หลังมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE2 ของสหรัฐมีความชัดเจนมากขึ้น แม้ในช่วงแรกตลาดการเงินจะมีการตอบรับมาตรการดังกล่าวไม่มาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ตลาดการเงินมีการตอบรับกับมาตรการดังกล่าวไปแล้วพอสมควร อีกทั้งวงเงินที่เฟดใช้ในรอบนี้ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์

ดังนั้น สภาพคล่องในระบบการเงินที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากการดำเนินการของเฟดในรอบนี้ ทำให้นักลงทุนมีการคาดการณ์ว่าจะมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ตลาดการเงินภูมิภาคมากขึ้น และเป็นปัจจัยหนุนให้ค่าเงินเอเชียปรับแข็งค่าขึ้นต่อ

ขณะเดียวกันการเข้าซื้อพันธบัตรของรัฐบาลกลางสหรัฐเพิ่มเติมยังเป็นปัจจัยถ่วงให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐปรับตัวลง ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนมีการทำธุรกรรม Dollar carry trade และเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้น เช่นเดียวกับเงินบาทปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 29.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์

สัปดาห์นี้ (812 พ.ย. 2553) สายงานธุรกิจตลาดทุนมองว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยคาดว่าสัปดาห์นี้จะปรับตัวในช่วง 29.5029.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากช่วง 29.6229.99 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า

โดยมีแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากเหรียญสหรัฐที่ยังคงปรับตัวในทิศทางขาลง โดยได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟด ที่ฉุดให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับตะกร้าเงิน ขณะเดียวกันภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคที่คาดว่าจะยังปรับตัวขึ้นต่อจากการคาดการณ์ว่าจะมี เม็ดเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียรวมทั้งตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่หนุนให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

อย่างไรก็ดี คาดว่าสัปดาห์นี้การเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เงินบาทปรับแข็งค่าช้าลง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน