
ธุรกิจกระเตื้องยอดตั้งรง.ต.ค.พุ่ง300ราย
โพสต์ทูเดย์
–— ยอดตั้งโรงงานเดือน ต.ค. 326 ราย มูลค่า 1.28 หมื่นล้านบาท จ.ตาก มากที่สุด 2,391 ล้านบาท ตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนแหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในเดือน ต.ค. 2553 มีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม 326 ราย วงเงินลงทุน 1.28 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเดือนก่อนเล็กน้อย แต่ก็เป็นมูลค่าการลงทุนที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่าประเทศไทยจะประสบปัญหาการแข็งของค่าเงินบาท จนส่งผลกระทบต่อรายได้ผู้ส่งออก และปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เนื่องจากเศรษฐกิจยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัญหาอื่นๆ ไม่มีผลต่อการพิจารณาการตั้งโรงงาน
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามูลค่าลงทุนในเดือน ต.ค. พบว่าผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนใน จ.ตาก มากที่สุด 2,391 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 164 เดือน หรือ 13 ปี 8 เดือน ซึ่ง จ.ตาก ถือเป็นพื้นที่ที่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เป็น สส.อยู่ รองลงมาเป็นชลบุรี 1,732 ล้านบาท ขอนแก่น 1,517 ล้านบาท และสมุทรปราการ 1,369 ล้านบาท
“
ปกติ จ.ตาก จะมีการลงทุนในระดับหลัก 10 ล้านบาทต่อเดือน แต่ในเดือน ต.ค. มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปลงทุนเพิ่ม เช่น บริษัท แม่สอดพลังงานลงทุนผลิตไฟฟ้า กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ เงินทุน 2,245 ล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต๋องพัฒนา ทำโรงอบพืชและเก็บรักษาหรือลำเลียงพืช เมล็ดพืชมูลค่ากว่า 101 ล้านบาท เป็นต้นส่วนเดือนที่มีการลงทุนสูงสุดในประวัติศาสตร์ของจังหวัดตาก คือ เดือน กพ. ปี 2540 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับอนุญาติก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพลมูลค่า 3,500 ล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผยสำหรับการลงทุนในช่วง 10 เดือนของปี 2553 (ม.ค.ต.ค.) มีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมโรงงานรวม 3,095 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 40 ราย มีมูลค่า 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอยู่ในระดับ 78% รวมถึง ความต้องการสินค้าของทั่วโลกที่มีเพิ่มขึ้น และมีนโยบายการสร้างความเชื่อมั่นผ่านโรดโชว์ต่างประเทศของกระทรวงอุตสาหกรรม จนผู้ผลิตรายใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย โดยเฉพาะจีนกับญี่ปุ่น
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ได้ส่งผลกระทบให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในไทยไม่มาก เนื่องจากการตั้งโรงงานจะพิจารณาผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งต่างชาติมองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคนี้ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน เกษตรแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มทุนข้ามชาติระดับโลกหลายรายเตรียมที่จะนำเม็ดเงินเข้ามาตั้งโรงงานในไทย เพื่อเป็นฐานการผลิตสินค้าสำคัญในการส่งออกโดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่มีประชากร 500600 ล้านบาท
ส่วนกรณีที่มีนักลงทุนเข้ามาขอใบอนุญาติสร้างโรงงานในจังหวัดตากมากที่สุดในเดือน ต.ค. เพราะส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนของบริษัทแม่สอดพลังงานสะอาด ที่เน้นผลิตพลังงานทดแทนตอบสนองนโยบายรัฐและการผลิตไฟฟ้า เพื่อการเป็นการสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกรในอำเภอแม่สอด โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ผาแดงอินดัสทรี ร่วมกับบริษัท เพโทรกรีน และบริษัท ไทยออยล์







