posttoday
ธุรกิจกระเตื้องยอดตั้งรง.ต.ค.พุ่ง300ราย

ธุรกิจกระเตื้องยอดตั้งรง.ต.ค.พุ่ง300ราย

08 พฤศจิกายน 2553

โพสต์ทูเดย์ –— ยอดตั้งโรงงานเดือน ต.ค. 326 ราย มูลค่า 1.28 หมื่นล้านบาท จ.ตาก มากที่สุด 2,391 ล้านบาท ตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในเดือน ต.ค. 2553 มีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม 326 ราย วงเงินลงทุน 1.28 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเดือนก่อนเล็กน้อย แต่ก็เป็นมูลค่าการลงทุนที่อยู่ในระดับสูง แม้ว่าประเทศไทยจะประสบปัญหาการแข็งของค่าเงินบาท จนส่งผลกระทบต่อรายได้ผู้ส่งออก และปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เนื่องจากเศรษฐกิจยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัญหาอื่นๆ ไม่มีผลต่อการพิจารณาการตั้งโรงงาน

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามูลค่าลงทุนในเดือน ต.ค. พบว่าผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนใน จ.ตาก มากที่สุด 2,391 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 164 เดือน หรือ 13 ปี 8 เดือน ซึ่ง จ.ตาก ถือเป็นพื้นที่ที่นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เป็น สส.อยู่ รองลงมาเป็นชลบุรี 1,732 ล้านบาท ขอนแก่น 1,517 ล้านบาท และสมุทรปราการ 1,369 ล้านบาท

“ปกติ จ.ตาก จะมีการลงทุนในระดับหลัก 10 ล้านบาทต่อเดือน แต่ในเดือน ต.ค. มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าไปลงทุนเพิ่ม เช่น บริษัท แม่สอดพลังงานลงทุนผลิตไฟฟ้า กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ เงินทุน 2,245 ล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต๋องพัฒนา ทำโรงอบพืชและเก็บรักษาหรือลำเลียงพืช เมล็ดพืชมูลค่ากว่า 101 ล้านบาท เป็นต้นส่วนเดือนที่มีการลงทุนสูงสุดในประวัติศาสตร์ของจังหวัดตาก คือ เดือน กพ. ปี 2540 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับอนุญาติก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพลมูลค่า 3,500 ล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผย

สำหรับการลงทุนในช่วง 10 เดือนของปี 2553 (ม.ค.ต.ค.) มีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมโรงงานรวม 3,095 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 40 ราย มีมูลค่า 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอยู่ในระดับ 78% รวมถึง ความต้องการสินค้าของทั่วโลกที่มีเพิ่มขึ้น และมีนโยบายการสร้างความเชื่อมั่นผ่านโรดโชว์ต่างประเทศของกระทรวงอุตสาหกรรม จนผู้ผลิตรายใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย โดยเฉพาะจีนกับญี่ปุ่น

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ได้ส่งผลกระทบให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในไทยไม่มาก เนื่องจากการตั้งโรงงานจะพิจารณาผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งต่างชาติมองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคนี้ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน เกษตรแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มทุนข้ามชาติระดับโลกหลายรายเตรียมที่จะนำเม็ดเงินเข้ามาตั้งโรงงานในไทย เพื่อเป็นฐานการผลิตสินค้าสำคัญในการส่งออกโดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่มีประชากร 500600 ล้านบาท

ส่วนกรณีที่มีนักลงทุนเข้ามาขอใบอนุญาติสร้างโรงงานในจังหวัดตากมากที่สุดในเดือน ต.ค. เพราะส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนของบริษัทแม่สอดพลังงานสะอาด ที่เน้นผลิตพลังงานทดแทนตอบสนองนโยบายรัฐและการผลิตไฟฟ้า เพื่อการเป็นการสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกรในอำเภอแม่สอด โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ผาแดงอินดัสทรี ร่วมกับบริษัท เพโทรกรีน และบริษัท ไทยออยล์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน