
สยามพูลทรัพย์ ปลุก‘แว็กซ์วัน-คิงส์คาร์’
โพสต์ทูเดย์
— สยามพูลทรัพย์รุกธุรกิจด้านรถยนต์ เทงบ 4050 ล้าน เปิดตัวสินค้าใหม่ตลอดปี หวังปีหน้ายอดขายเพิ่มเท่าตัวนายชนะพันธุ์ กิตติเกษมศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพูลทรัพย์ อินเตอร์เคมีคอล ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์แว็กซ์วัน และน้ำหอมปรับอากาศรถยนต์คิงคาร์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะเติบโตต่อเนื่องไปถึงปี 2554 ทำให้บริษัทตัดสินใจบุกตลาดสินค้าสำหรับรถยนต์มากขึ้น
ล่าสุดได้เปิดตัวน้ำหอมปรับอากาศสำหรับรถยนต์ยี่ห้อคิงคาร์ โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2554 จะครองส่วนแบ่งตลาด 10% ของตลาดน้ำหอมปรับอากาศรถยนต์ที่มีมูลค่าตลาด 435 ล้านบาทในปีนี้ และตลาดยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 18% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ จะเน้นทำตลาดสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์แว็กซ์วันอย่างจริงจัง โดยเน้นเพิ่มสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ล้างบำรุงและเคลือบสีรถยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ไม่เคยทำตลาดมาก่อน ซึ่งถือเป็นการบุกตลาดผลิตภัณฑ์เคลือบสีสำหรับลูกค้าที่ดูแลรถเองเป็นครั้งแรก ในรอบ 35 ปีของผลิตภัณฑ์แว็กซ์วัน
ทั้งนี้ จะใช้งบการตลาด 4050 ล้านบาท สำหรับการบุกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ จากปีนี้ที่ใช้งบประมาณราว 30 ล้านบาท โดยงบประมาณที่ใช้ในปีนี้กว่า 10 ล้านบาท จะใช้ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีกับการเปิดตัวคิงคาร์เท่านั้น โดยคาดว่ารายได้จากแว็กซ์วันน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัวในปีหน้า จากปัจจุบันที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 100 ล้านบาท
“
อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสินค้าของเราเน้นหนักไปที่กลุ่มลูกค้าที่บำรุงรักษารถยนต์ด้วยตัวเอง หรือที่เรียกว่ากลุ่มดีไอวาย ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีไม่มากนัก แต่ก็ยังมีอยู่ บริษัทจึงพัฒนาสินค้าที่มีความเหมาะสมขึ้นมาโดยเฉพาะ” นายชนะพันธุ์กล่าวสำหรับภาพรวมธุรกิจของกลุ่มสยามพูลทรัพย์นั้น คาดว่าในปี 2553 จะมีรายได้รวมประมาณ 200300 ล้านบาท โดยสินค้ากลุ่มปรับอากาศยังเป็นกลุ่มที่ทำรายได้มากสุดประมาณ 50% ของรายได้ทั้งกลุ่ม โดยมีสินค้ายี่ห้อคิงส์สเตลล่าเป็นหลัก ตามมาด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ใช้ภายในบ้าน ที่มีสินค้าอย่างน้ำตาเช็ดกระจกเป็นหลัก มีสัดส่วนรายได้ 30% และที่เหลือเป็นกลุ่มส่วนสินค้าที่เกี่ยวกับรถยนต์ทำรายได้ประมาณ 20%







