
ธปท.ไม่ห่วงผลกระทบน้ำท่วมทำให้เงินสดขาดแคลน
ธปท.ชี้น้ำท่วมสำนักงานภาคใต้ไม่กระทบการขนส่งเงินสดถึงมือประชาชน แย้มนโยบายการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรมยังยืนตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ธปท.ชี้น้ำท่วมสำนักงานภาคใต้ไม่กระทบการขนส่งเงินสดถึงมือประชาชน แย้มนโยบายการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรมยังยืนตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในฐานะที่รับผิดชอบดูแลสำนักงานภาคของธปท.และระบบการชำระเงิน กล่าวว่า การปิดทำการสำนักงานสาขาภาคใต้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วงวันที่ 2-5 พ.ย. จากปัญหาน้ำท่วมนั้น ไม่มีผลกระทบงานการติดต่อหรือการทำธุรกรรมกับธปท.มากนัก เนื่องจากสามารถติดต่อสำนักงานใหญ่แทนได้ เช่นเดียวกันปริมาณเงินสดก็ไม่ได้ขาดแคลน หรือไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแต่อย่างใด เนื่องจากถึงน้ำจะท่วมศูนย์จัดการเงินสดของธปท.ที่จ.สงขลาก็ยังมีศูนย์ที่จ.สุราษฏ์ทำหน้าที่แทนได้
“เท่าที่รับทราบข้อมูล ยังไม่มีอะไรกระทบจนน่าห่วง แต่ความเสียหายยังไม่ได้ทำการประเมิน แต่ก็ไม่น่าจะกระทบมากนัก มีการเตรียมการไว้บ้าง เพราะธปท.ภาคใต้เคยเจอน้ำท่วมมาแล้วเมื่อปี 2543 เรื่องเงินสดก็มีศูนย์ที่สุราษฏ์กระจายเงินสดให้เพียงพอแทนได้ ส่วนเรื่องตู้เอทีเอ็มที่น้ำท่วมไปกว่า 130 ตู้ในพื้นที่ภาคใต้ ประชาชนสามาระเลี่ยงไปใช้ตู้เอทีเอ็มในห้างสรรพสินค้าก่อนได้ ตอนนี้ต้องเร่งช่วยคนที่ถูกน้ำท่วมก่อนสิ่งอื่น ส่วนจะปิดต่ออีกหรือไม่ต้อง ดูสถานการณ์ก่อน”
นางสุชาดา กล่าวว่า สำหรับเรื่องการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมเป็นธรรม ธปท.ยังยืดนโยบายเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในรายะเอียดการดำเนินการใดๆยังไม่สามารถบอกได้ แม้ว่าช่วงนี้ท่านผู้ว่าการ ธปท.จะได้ให้นโยบายเป็นการบ้านไว้บ้างแล้ว เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันรวมถึงปรับโครงสร้างเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย แต่ในรายละเอียดคงต้องหารือร่วมกับสายสถาบันการเงินและสายกำกับสถาบันการเงินก่อน
ทั้งนี้ นางสุชาดา เป็นประธานในพิธีมอบมุมหนังสือ ให้กับห้องสุดโรงเรียนต่างๆ ประจำปีนี้ ให้แก่โรงเรียนในเขตภาคกลางจำนวน 10 โรงเรียน รวมถึงมอบรางวัลให้กับนักเรียนที่ชนะเลิศประดิษฐ์ผลงานด้วย ซึ่งในปีนี้ธปท.ได้มอบมุมหนังสือให้กับโรงเรียนทั่วประเทศไปแล้วทั้งสิ้น 1,580 โรงเรียน







