posttoday
ทริสคงอันดับเครดิตองค์กร“กรุงเทพมหานคร”ที่ระดับ"AA+"

ทริสคงอันดับเครดิตองค์กร“กรุงเทพมหานคร”ที่ระดับ"AA+"

05 พฤศจิกายน 2553

ทริส คงอันดับเครดิตองค์กร “กรุงเทพมหานคร” ที่ระดับ “AA+” แนวโน้มคงที่

ทริส คงอันดับเครดิตองค์กร “กรุงเทพมหานคร” ที่ระดับ “AA+” แนวโน้มคงที่

บริษัท ทริสเรทติง้ ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของกรุงเทพมหานครที ระดับ “AA+” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที ” โดย
อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานภาพของเขตกรุงเทพมหานครในฐานะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจของประเทศเริ่มขยายตัวตั้งแต่ต้นปี 2553 หลังจากที่หดตัวในปี 2552 อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงแหล่งรายได้ที้แน่นอนจากภาษีอากร รวมทั้ง การบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพภายใต้นโยบายงบประมาณแบบสมดุล และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งจากการมีภาระหนีสิ้นที่ตํ่ามากและการดำรงเงินสะสมในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนดังกล่าวมีข้อจำกัดจากความต้องการในการลงทุนเป็นอย่างมากในโครงการด้านสาธารณูปโภคและระบบขนส่งมวลชน ตลอดจนภาระทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น จากการถ่ายโอนภารกิจจากรัฐบาลกลางให้แก่กรุงเทพมหานคร ภายใต้นโยบายการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในขณะที่กรุงเทพมหานครมีข้อจำกัดในการจัดหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การนำเสนองบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม และการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อหนี้และโครงสร้างการลงทุนที่มีความสอดคล้องกับระดับรายได้ รวมถึงการพัฒนากรอบวินัยในการบริหารหนี้ที่เสร็จสมบูรณ์ แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงการมีแหล่งรายได้ที่แน่นอนและนโยบายการบริหารงบประมาณแบบสมดุลของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ทริสเรทติง้ คาดว่ากรุงเทพมหานครจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางอย่างต่อเนื่องตลอดไป

อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครจะต้องรักษาวินัยทางการเงินเพื่อให้สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและคงความแข็งแกร่งทางการเงินให้อยู่ในระดับสูง รวมถึงการลงทุนและการก่อหนี้ใ นอนาคตจะต้องได้รับการศึกษาและวางแผนอย่างรอบคอบให้เหมาะสมกับระดับรายได้และความสามารถในการชำระหนีข้องกรุงเทพมหานคร

ทริสเรทติง้ รายงานว่า กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็ นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่บริหารราชการและบริหารจัดการกิจการสาธารณูปโภคเพื่อให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบกิจการในเขตกรุงเทพมหานครซึ่ง  เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของประเทศ ในปี 2552 กรุงเทพมหานครมีผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด (Gross Provincial Product – GPP) สูงที่สุดในประเทศด้วยมูลค่า 2.35 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 26% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product – GDP) ในด้านการเงินการคลังนั้น กรุงเทพมหานครมีรายได้หลักโดยประมาณ 90%-95% มาจากภาษีอากรทั้ง ที่เป็นภาษีอากรที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บเอง (20%) และส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ (73%-75%) ภาษีอากรที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บเองกว่า 90% มาจากภาษีโรงเรือนและที่ดิน

ในขณะที่ภาษีที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ประมาณครึ่งหนึ่งมาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหรือค่าธรรมเนียมรถยนต์ และภาษีหรือค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเฉลี่ยอย่างละประมาณ 19%-20% ภาษีอากรนับว่าเป็ นแหล่งรายได้ที่มีความแน่นอนสูงแม้จะมีความผันผวนอยู่บ้างตามภาวะเศรษฐกิจ ในปีงบประมาณ 2552 เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกตํ่าทั่วโลกและความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศที่ยืดเยือ้ และทวีความรุนแรง ทำให้กรุงเทพมหานครได้รับจัดสรรภาษีจากรัฐบาลลดลงอย่างมาก โดยในปี งบประมาณ 2552กรุงเทพมหานครจัดเก็บรายได้คิดเป็น 84% ของรายได้รวมจำนวน 46,000 ล้านบาท ลดลง 15% จากปีก่อน ในขณะที่ภาษีที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ก็ลดลงถึง 20% ในช่วงเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครสามารถลดค่าใช้จ่ายในปี 2552 ลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับระดับรายได้และเป็นไปตามนโยบายการบริหารงบประมาณแบบสมดุล ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 การฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจโดยรวมส่งผลให้การจัดเก็บภาษีรายได้ปรับตัวสูงขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันในปี งบประมาณ 2552 อีกทั้งในปัจจุบันกรุงเทพมหานครก็มีสภาพคล่องที่สูง อีกทั้งยังมีภาระหนี ้สินที่ตํ่ามากและมีเงินสดหมุนเวียนในระดับสูง จึงทำให้ฐานะทางการเงินของกรุงเทพมหานครยังคงมีความแข็งแกร่ง

ทริสเรทติ้ง กล่าวว่า แม้ในเขตกรุงเทพมหานครจะมีระดับการพัฒนาที่ก้าวหน้ากว่าท้องถิ่นอื่น แต่ก็ยังคงมีความต้องการในการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพืน้ ฐานอย่างต่อเนื่องเพือรองรับความต้องการของประชากรจำนวนมาก รวมทั้ง เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในฐานะที่เป็ นเมืองหลวงของประเทศ กิจการสาธารณูปโภคต่าง ๆ มีทัง้ ที่กรุงเทพมหานครริเริ่มดำเนินการเองและที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจมาจากรัฐบาลภายใต้นโยบายการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้กรุงเทพมหานครมีความต้องการเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายผูกพันในอนาคตจำนวนมาก ถึงแม้กรุงเทพมหานครจะได้รับเงินอุดหนุนรายปีจากรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการต่าง ๆ เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็อาจไม่เพียงพอ อีกทัง้ กรุงเทพมหานครยังมีแผนการลงทุนในโครงการระบบขนส่งมวลชนที่ต้องการเงินลงทุนสูง

ดังนั้น กรุงเทพมหานครจึงได้ศึกษาโครงสร้างการลงทุนโดยอาจทำการลงทุนผ่านบริษัทลูกที กรุงเทพมหานครจัดตั้ง ขึ้นหรือใช้วิธีถือหุ้น อย่างไรก็ดี หากบริษัทดังกล่าวมีการก่อหนี ้เพื่อลงทุนในโครงการของกรุงเทพมหานครโดยทีกรุงเทพมหานครมีภาระผูกพันในการจ่ายไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สัญญารูปแบบใด ภาระหนีนั้น้ จะได้รับการพิจารณารวมให้เป็ นภาระหนีข้องกรุงเทพมหานครด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน