posttoday
เอเซียพลัสขึ้นเป้ากำไรหุ้นธนาคาร-ปิโตรเคมี

เอเซียพลัสขึ้นเป้ากำไรหุ้นธนาคาร-ปิโตรเคมี

05 พฤศจิกายน 2553

เอเซียพลัสขึ้นเป้ากำไรหุ้นธนาคาร-ปิโตรเคมี ดันดัชนีหุ้น12เดือนข้างหน้าเป็น 1,182 จุด      บล.เอเซียพลัส(ASP)ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า ทางฝ่ายวิจัยได้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิ(EPS)ของตลาดหุ้นไทยในปี 2554   เพิ่มขึ้น จากเดิม 4% เป็นหุ้นละ 78.8 บาท  โดยยังมิไม่ได้รวมราคาน้ำมันดิบที่กำลังเพิ่มขึ้นเหนือสมมติฐาน ASP ที่ 80 เหรียญต่อบาร์เรล  พร้อมกับหันไปใช้ดัชนีเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า จะอยู่ที่ 1,182 จุด มี โอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก  15%  จากปัจจับุน

เอเซียพลัสขึ้นเป้ากำไรหุ้นธนาคาร-ปิโตรเคมี ดันดัชนีหุ้น12เดือนข้างหน้าเป็น 1,182 จุด 
   
บล.เอเซียพลัส(ASP)ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า ทางฝ่ายวิจัยได้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิ(EPS)ของตลาดหุ้นไทยในปี 2554   เพิ่มขึ้น จากเดิม 4% เป็นหุ้นละ 78.8 บาท  โดยยังมิไม่ได้รวมราคาน้ำมันดิบที่กำลังเพิ่มขึ้นเหนือสมมติฐาน ASP ที่ 80 เหรียญต่อบาร์เรล  พร้อมกับหันไปใช้ดัชนีเป้าหมาย 12 เดือน
ข้างหน้า จะอยู่ที่ 1,182 จุด มี โอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก  15%  จากปัจจับุน

ทั้งนี้ผลของการขึ้นเป้าหมายดัชนีใน12เดือนข้างหน้ามาจากการที่   นักวิเคราะห์กลุ่ม ธ.พ. ได้ทยอยปรับเพิ่มประมาณการณ์กำไรของกลุ่ม ธ.พ. ขึ้น นับจากประมาณผลประกอบการงวด 3Q53 ออกมา พร้อมกับได้รับฟังแผนงานปี 2554 ของธนาคารส่วนใหญ่ ล้วนมีแผนการขยายสินเชื่อ ที่ดีขึ้น ตามการลงทุนของภาคเอกชนที่กระเตื้องขึ้น จากมาตรการกระตุ้นการลงทุนของรัฐในช่วงที่ผ่านมา ได้ ส่งผลให้ EPS ปี 2554 ของกลุ่ม ธ.พ. ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประมาณการณ์ครั้งก่อน (ในเดือน สิงหาคม 2553)ราว 7% โดยเป็นการปรับเพิ่มประมาณการรายหุ้นคือปรับเพิ่มธนาคารกรุงไทย( KTB ) ขึ้นจากประมาณการเดิมราว 26% ตามมาด้วยทิสโก้ไฟแนนซ์เชียน( TISCO) 24% และธนาคารกรุงศี( BAY)  กับธนาคารเกียรตินาคิน( KK)  ขึ้นในอัตราเท่ากันคือ 11% และธนาคารกรุงเทพ( BBL)  เพิ่มขึ้น 9%
 
นอกจากนี้ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของกลุ่มโรงกลั่น และปิโตเคมี ในกลุ่มปตท( PTT)  โดยนักวิเคราะห์ในกลุ่มปิโตรเคมี ของ ASP ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของหุ้น ปตท.เคมิคอล(PTTCH)  (PTT ถือหุ้น 48.93%) เพื่อสะท้อนแนวโน้มราคาปิโตรเคมีที่ดีขึ้นตามวัฏจักรของธุรกิจ โดยปรับเพิ่ม Spread ของผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ นับจากปลายปี 2553 ต่อเนื่องถึงปี 2554 เป็นต้นไป ส่งผลให้ EPS ปี 2554 ของ PTTCH เพิ่มขึ้นจากเดิม 8.2% และ
ผลักดันให้ EPS ของกลุ่มปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น 5% จากประมาณการครั้งก่อน
  
ส่วนกลุ่มโรงกลั่น มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรเฉพาะธุรกิจอะโรเมติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจต่อยอดของธุรกิจกลั่น2 แห่งคือปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น( PTTAR) ไทยออยล์(TOP)  (ธุรกิจปิโตรเคมีมีสัดส่วน 50% และ 40% ของกำไร โดยมี PTT ถือหุ้น 48.66% และ49.1% ตามลำดับ)  โดยปรับเพิ่มกำไรปี 2554 ขึ้นจากเดิม 11% และ 12.6% ตามลำดับ
 
โดยสรุปทำให้กำไรสุทธิในปี 2554 ของ PTT เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 12% และทำให้ EPS Growth ใหม่ในปี 2554 ของPTT สูงถึง 18% ซึ่งสูงกว่า EPS Growth ของตลาด ทั้งนี้ยังคงสมมติฐานค่าการกลั่นที่ 4 เหรียญฯ และราคาน้ำมันดิบดูไบ ที่ 80 เหรียญฯ นับจากปี 2554 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นส่วนที่มีโอกาสปรับเพิ่มกำไรปี 2554 ได้อีกครั้งในช่วงถัดไป
    
นอกจากนี้ ยังมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของหุ้นปุนซิเมนต์ไทย( SCC)  ซึ่งมีธุรกิจปิโตรเคมี (สายโอเลฟินส์) ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักกว่า 50% ของกำไรทั้งหมด โดยเป็นการปรับเพิ่มปริมาณผลผลิตขั้นปลาย LLDPE และ MMA350,000 ตัน และ 90,000 ตัน ที่สามารถออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้เร็วกว่าคาด ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการ EPS จากเดิมราว 5.8% และผลักดันกำไรของกลุ่มวัสดุก่อสร้างขึ้นไป 4%

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย