
ในความทรงจำ
ช่วงทำข่าวเหตุการณ์สึนามิเป็นการทำงานที่สนุกและเป็นประสบการณ์ที่มีค่า
ช่วงทำข่าวเหตุการณ์สึนามิเป็นการทำงานที่สนุกและเป็นประสบการณ์ที่มีค่า เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีในอาชีพสื่อมวลชนสังกัดค่ายโพสต์ทูเดย์ของผม
26 ธ.ค. 2547 นับถอยหลังเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โพสต์ทูเดย์เพิ่งเปิดหนังสือพิมพ์ได้เกือบ 2 ปี ขณะนั้นกองบรรณาธิการเตรียมตัวหยุดยาว แต่จู่ๆ กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน คลื่นยักษ์พัดถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภูเก็ต พังงา กระบี่ มีผู้เสียชีวิตร่วม 5,400 คน
และสูญหายอีกมาก
14 ปีมาแล้ว ผมยังจำได้เหตุการณ์นี้ได้ดี โพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์น้องใหม่ ตัดสินใจส่งทีมข่าวลงพื้นที่เกือบเดือน แบ่งเป็น 2-3 ผลัดสลับกันลงไปนำเสนอเรื่องราว ผลกระทบรายงานความช่วยเหลือ ความสูญเสียในทุกมิติ
ผลกระทบครั้งนั้นใหญ่หลวง ในระดับจิตใจชาวบ้านในพื้นที่ มันแตกละเอียด บางคนสิ้นครอบครัว กลายเป็นเด็กกำพร้า ธุรกิจ ร้านค้าที่กำลังไปได้ดีพังพาบหายวาบไปกับพริบตา บางหมู่บ้านถูกคลื่นยักษ์กลืนหายอย่างไม่น่าเชื่อ
ผมยังจำภาพตอนลงพื้นที่หมู่บ้านน้ำเค็มดูความเสียหาย มันไม่หลงเหลือความเป็นหมู่บ้านที่เคยคึกคักแม้แต่น้อย กลายเป็นพื้นที่โล่งเตียน บ้านพังระเนระนาดเป็นแถบเรือหาปลาถูกคลื่นพัดขึ้นบกไถลไปไกลกลางหมู่บ้าน
ผมลงพื้นที่ที่เขาหลัก จ.พังงา วันที่เพิ่งเกิดเหตุใหม่ๆ ยังจำภาพติดตา ศพชาวบ้านเกลื่อนอยู่ข้างทาง บ้างก็ริมหาด บางศพห่อผ้าขาวรอเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายไว้ที่วัดย่านยาว สภาพบ้านพัง ทุกอย่างสูญสิ้นประหนึ่งเจอสงคราม มีแต่เสียงร้องไห้ร้องระงมในทะเลแห่งน้ำตา
ถ้าพูดถึงประเด็นข่าว มันมีมากมายจนตั้งหลักนำเสนอไม่ถูก ไม่ต้องไปแข่งแย่งกับสื่อสำนักอื่น
ที่น่าเห็นใจมากที่สุด ชาวบ้าน คนพื้นถิ่นอย่างมอร์แกน อูรักลาโว้ย สูญเสียพี่น้องบ้านเรือนไม่พอ นายทุน ผู้มีอิทธิพลถือโอกาสนี้ เข้ายึด ล้อมรั้ว เอารถแบ็กโฮเข้าเคลียร์พื้นที่ชาวบ้านทั้งที่อาศัยอยู่มาเป็นร้อยปี
14 ปีก่อน ยังไม่มีสื่อออนไลน์เหมือนปัจจุบัน สำหรับสื่อหนังสือพิมพ์การจะสร้างประเด็นข่าวได้ ต้องใช้พลังและต้องเป็นเรื่องที่แหลมคมจริงๆ โพสต์ทูเดย์ เกาะติดปมนายทุนไล่รุกที่ จนสร้างแรงกระเพื่อมให้ทุกฝ่ายหันมาให้ความสนใจปัญหาคนเล็กคนน้อยที่ถูกเอาเปรียบ ทีมนักข่าว 4-5 คน ที่ลงมาแต่ละรอบ วางแผนนำเสนอรายงานพิเศษวันละ 3-4 ชิ้น ส่งให้กอง บก. และหาข่าวพาดหัวฉีกประเด็นต่อเนื่องทุกวัน
งานชิ้นเล็กๆ ของผมชิ้นหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำ คือ การบุกเข้าไปคุยกับพระที่วัดย่านยาว อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ที่ถูกใช้เป็นศูนย์ชันสูตรศพชั่วคราว เพื่อถามถึงความรู้สึกที่ต้องอยู่ร่วมกับศพเหยื่อสึนามินับพันที่วางเรียงรายห่อผ้าขาวอย่างน่าเศร้าใจ
วินาทีที่ตัดสินใจเลือกทำรายงานเรื่องนี้คิดแบบมนุษย์ง่ายๆ ว่า พระในวัดนี้จะอยู่อย่างไร ตกกลางคืน มิวังเวงหรอ ก่อนจะเข้าไปที่วัด ผมกลั้นใจอยู่นาน เอาไงดี ทั้งกลิ่นฟอร์มาลีน กลิ่นเหม็นหืน ส่วนเจ้าหน้าที่ในชุดกราวด์ สวมบู๊ต ปกคลุมร่างกายมิดชิดป้องกันเชื้อโรค ผมคิดในใจถ้าเราอยากรู้ อย่างน้อยชาวบ้านก็น่าจะสนใจด้วย เรื่องที่โดนใจ เรื่องที่ยาก มันก็ต้องมีความยากในการหาข้อมูล ยังไงก็ต้องยอมเสี่ยง ที่สุดวิ่งปิดจมูก กลั้นหายใจ ฝ่าเข้าไปหาพระขึ้นในกุฏิ เคาะประตูเรียกหลวงพี่อยากขอสัมภาษณ์ครับ
ทราบความว่า มีพระเพียง 14 รูป ในวัดย่านยาว บางรูปบอกว่า ตกดึกตี 1-2 เดินออกมาดูศพทุกคืนเพื่อปลง เพราะไม่เคยเห็นศพมากมายขนาดนี้มาก่อน มันยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่สอง จะได้สัจธรรมบอกกับตัวเองว่า ใครมีสิบล้านหรือพันล้าน สุดท้ายเหมือนกันหมด ตายไปก็เท่านี้ ถึงคราว
มันจะตายก็ต้องตาย
รายงานชิ้นนี้พาดหัวไปว่า “วิกาลที่วัดย่านยาว เมื่อพระ 14 รูปจำวัดกับกองทัพศพ” ต่อมาได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษใน นสพ.บางกอกโพสต์
หลังเหตุการณ์สึนามิผ่านไป 1 ปีโพสต์ทูเดย์ ส่งทีมข่าวลงไปอีกครั้งดูความคืบหน้าในการแก้ปัญหาหลังได้รับการร้องเรียนว่า การช่วยเหลือเหยื่อสึนามิและคนในพื้นที่ยังไม่ดีพอ ผมลงไปที่วัดย่านยาว เพราะได้ข่าวว่า ทางวัดลำบาก ไม่มีพื้นที่เตรียมงานวันวิสาขบูชาเพราะหน่วยงานรัฐไม่มาดูแล เอาแต่ทิ้งขว้าง
ที่สุดก็ได้ข้อมูลจริงดังว่า จากที่เคยเป็นศูนย์ชันสูตรศพพอเสร็จงาน วัดแห่งนี้กลับรกไปด้วยสิ่งปฏิกูล ขยะสารเคมี น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ผ้าห่อศพ ทิ้งกระจัดกระจาย อุจาดตาไปทั่ว เจ้าอาวาสวัดย่านยาว บ่นให้เราฟัง ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาทำความสะอาด เทศบาลก็ไม่อยากเก็บเพราะกลัวเชื้อโรค
โพสต์ทูเดย์ ตีข่าวนี้ออกไป วันรุ่งขึ้น พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาโวยว่า เป็นการปล่อยข่าวจากผู้ไม่หวังดี ไปกันใหญ่ถึงขั้นหาว่า ทำลายความมั่นคง มีเจตนาแฝง เพราะเขาเคลียร์พื้นที่หมดแล้ว เพื่อนจากกอง บก.โทรมาหาว่า ระวังด้วย เดี๋ยวไม่ได้กลับ ผมจึงยืนยันกลับไปว่า ภาพที่ลงข่าว เป็นภาพอัพเดท ไม่ได้เมก และเจ้าอาวาสแสดงความไม่พอใจเอง มีทั้งภาพ ทั้งคำสัมภาษณ์ แล้วจะเป็นการปล่อยข่าวได้อย่างไร
การนำเสนอรายงานพิเศษผลกระทบเหตุการณ์สึนามิ ตีแผ่กลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพลที่ฉวยโอกาสมายึดที่ดินจากคนในพื้นที่ ที่โพสต์ทูเดย์ทำเป็นซีรี่่ส์ด้วยทีมงานหมุนเวียนลงไปในพื้นที่จริงนับสิบชีวิตเป็นเวลาต่อเนื่องร่วมเดือน นอกจากสร้างความภาคภูมิใจกับพวกเราทุกคนที่ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนเป็นปากเสียงประชาชนอย่างแท้จริง ทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง ยังทำให้โพสต์ทูเดย์ได้รางวัลผลงานด้านสิทธิมนุษยชน“ผู้สร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์” กรณีข่าวการละเมิดสิทธิที่ดินสึนามิ จากกกองทุนรางวัลสมชาย นีละไพจิตร ที่อดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน เป็นผู้มอบรางวัลให้
สำคัญที่สุดรางวัลชิ้นนี้ไม่ได้มอบให้กับใครคนใดคนหนึ่ง กองบรรณาธิการใส่ชื่อจารึกนักข่าว 12 คนที่ลงไปทำหน้าที่ให้ได้รับเกียรติคุณเป็นพลังในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อสังคมต่อไป
สำหรับผมแล้วไม่มีรางวัลใดๆ มากไปกว่าการได้ทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างมีเกียรติภูมิ และภูมิใจที่ห้วงเวลาเกือบ 1 ใน 3 ของชีวิตได้อยู่ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ฉบับนี้เปรียบเสมือนโลกใบใหญ่ที่ได้เรียนรู้สังคมชีวิตผู้คน ปัญหาความเป็นไป เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสำคัญของประเทศนี้ในฐานะสื่อมวลชนของหนังสือพิมพ์ที่ให้โอกาสเราทำทุกอย่าง ก่อนที่โพสต์ทูเดย์จะตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายในวันที่ 31 มี.ค.2562 รวมเวลา 16 ปีในตำนานหนังสือพิมพ์







