
ปตท.ตั้งหน่วยวิเคราะห์อนาคตน้ำมันแตะร้อยเหรียญ
ปตท.ตั้งหน่วยวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันคาดอนาคตราคาแตะ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแน่นอน ขณะที่เอ็นจีวีจะกลายมาเป็นพระเอกในเวทีพลังงาน
ปตท.ตั้งหน่วยวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันคาดอนาคตราคาแตะ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแน่นอน ขณะที่เอ็นจีวีจะกลายมาเป็นพระเอกในเวทีพลังงาน
ปตท.และบริษัทในเครือได้เปิดตัวหน่วยวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดน้ำมัน และนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารธุรกิจ รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงทางด้านราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันยังใช้เป็นฐานข้อมูลเผยแพร่ไปยังสาธารณชนให้ทราบ โดยในครั้งนี้ได้มีการจัดสัมมนาหัวข้อ “ถอดรหัสราคาน้ำมันปี 2554 “ โดยมีการคาดการณ์กันว่าน้ำมันดิบดูไบจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 83 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 75-90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่มีโอกาสที่จะแตะระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในระยะสั้นๆหากมีปัจจัยที่ไม่คาดคิดหรือเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกวาที่คาดไว้ เช่น ภัยธรรมชาติ สงครามในตะวันออกกลาง เป็นต้น เข้ามาเกี่ยวข้อง
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า หากราคาน้ำมันดิบแตะระดับ100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลจริง ภาครัฐยังมั่นใจจะดูแลราคาไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ เนื่องจากเคยผ่านราคาน้ำมันในระดับ 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลมาแล้ว โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีสถานะที่มั่นคง แต่สิ่งที่ต้องรัฐบาลต้องติดตามคือ ราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับภาคขนส่ง ต้องไม่ให้เกิน 30บาท/ลิตร
ในระยะยาวต้องใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นภูมิคุ้มกันแต่ก็เชื่อว่าราคาน้ำมันตลาดโลกมีโอกาสแตะ100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแน่นอนเพราะปริมาณน้ำมันในโลกจะลดลงไป ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องมีมาตรการที่จะเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ทั้งการใช้เอทานอลและไบโอดีเซล รวมทั้งก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี)ในรถยนต์ สังเกตได้ว่าช่วงที่ราคาน้ำมันแพงเมื่อ2 ปีที่แล้ว ยอดการใช้เอ็นจีวีโตถึง319% เพราะฉะนั้นหากราคาน้ำมันโลกแตะ100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เชื่อว่าเอ็นจีวีจะเป็นพระเอกได้
สำหรับนโยบายการแยกราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ออกเป็น 2ราคานั้น ปัจจุบันก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)กลายเป็นสินค้าการเมืองไปแล้ว แต่ก็มีสัญญาณที่ดีที่จะมีการแยก2ราคา โดยเดือนก.พ. 2554 ถึงกำหนดที่รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับราคาก๊าซหุงต้มเพราะจะครบกำหนดมาตรการตรึงราคา ทำให้มีแนวคิดว่าแทนที่จะต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคานำเข้าให้ต่างชาติ ทำไมไม่เปลี่ยนมาจ่ายชดเชยให้กับโรงกลั่นและโรงแยกก๊าซธรรมชาติในประเทศที่สามารถผลิตก๊าซหุงต้มได้แทน ซึ่งขณะนี้ก็กำลังหารือเพื่อสอบถามความคิดเห็นของผู้ประกอบการโรงกลั่นอยู่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าว่า ทิศทางราคาน้ำมันในปี 2554 จะปรับสูงขึ้น มีโอกาสได้เห็น100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในช่วงสั้นๆเนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และไม่น่าจะกลับสู่ภาวะถดถอยอีก หลังรัฐบาลต่างๆออกมาตรการทั้งด้านการเงินและการคลัง เพื่อเสร้างเสถียรภาพการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันของโลกสูงขึ้น โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชีย อาทิ จีนและอินเดีย สวนทางกับการใช้น้ำมันของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว
อย่างไรก็ตามในด้านธุรกิจหากราคาน้ำมันสูงผลประกอบการของปตท.จะดี เพราะมีทั้งธุรกิจขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม โรงกลั่นน้ำมันและก๊าซ แต่ในทางกลับกันการที่ราคาน้ำมันสูงผู้ใช้น้ำมันจะได้รับผลกระทบ ดังนั้นการปรับราคาขึ้นลงก็ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังด้วย ซึ่งจะสังเกตได้ว่าผู้ค้าน้ำมันจะได้ค่าการตลาดที่ดีในช่วงที่ราคาน้ำมันต่ำเท่านั้น
สำหรับนโยบายโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ที่ผ่านมามีโอกาสหลายครั้งที่จะสามารถปรับราคากันได้ ในช่วงที่ราคาแอลพีจีตลาดโลกอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่ภาครัฐก็เป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้โดยเฉพาะภาคครัวเรือน
"ผมคิดว่าวันนี้ราคาน้ำมันเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นแล้ว คงไม่กระทบอะไรมากหากจะมีการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี เพราะหากปรับราคาได้จะทำให้เข้าสู่จุดเหมาะสม ทำให้โรงกลั่นน้ำมันมีโอกาสฟื้นได้บ้าง และยังทำให้การเลือกใช้เชื้อเพลิงของประชาชนมีความถูกต้องมากขึ้น"นายประเสริฐ กล่าว
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย กล่าวว่า อยากให้ดูราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศควบคู่กันไปด้วยไม่ใช่มองเฉพาะราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีการคาดว่าจะสูง 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อย่างเดียว เนื่องจากมีปัจจัยอื่นๆที่ต้องมองประกอบกันไป โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยน เพราะถ้าราคาน้ำมันที่ระดับ 83 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอยู่กันได้เชื่อว่าปีหน้าก็ต้องอยู่กันได้ ซึ่งไม่น่าเป็นห่วง สิ่งสำคัญต้องมองว่ารัฐบาลหรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จะมีมาตรการรับมือในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไรมากกว่า
"อย่ามาหลอกตัวเองในการดูราคาน้ำมันเป็นเงินเหรียญสหรัฐเลย เพราะถ้าตามที่คาดการณ์ว่าปี54 ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ระดับ 83 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลจริง ก็เท่ากับราคาขายปลีกน้ำมันที่อยู่ในระดับปัจจุบัน ซึ่งก็ไม่น่ากลัวเพราะดูให้ดีแล้วราคายังต่ำกว่าราคาน้ำมันบางช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย แต่ที่ห่วงคือการที่จะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้มากกว่า จึงทำให้ต้องมีการทำประกันความเสี่ยงไว้"นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
สำหรับการบินไทยถือว่าเป็นบริษัทที่มีต้นทุนจากราคาน้ำมันสูงถึง 30-40% หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นจะส่งผลกระทบแน่นอนเพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินตามราคาน้ำมันได้ เพราะจะมีผลต่อการแข่งขันทำให้ต้องมีการทำประกันความเสี่ยงรองรับในด้านต่างๆไว้เช่น การปรับราคาตั๋วเครื่องบิน การทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันและค่าเงินบาทเพื่อให้กระทบน้อยที่สุด
ด้าน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากการคาดการณ์ราคาน้ำมันในปีหน้า เป็นตัวเลขที่สบายใจได้ เพราะเศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นพอสมควรอยู่แล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่ากรณีโกลแมนแซค คาดว่าราคาน้ำมันจะแตะ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นั้น ก็ต้องติดตามกันไป แต่การคาดเดาราคาน้ำมันของหลายสำนักก็เกินเหตุไปบ้าง สิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อมคือการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจของตัวเองไว้ ให้ดีที่สุด







