
หุ้นไทยแกว่งกรอบแคบปิดตลาดร่วง2.69จุด
หุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,627.43 จุด ลดลง 2.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 30,926.03 ล้านบาท
หุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,627.43 จุด ลดลง 2.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 30,926.03 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 62 หุ้นไทยเคลื่อนไหวสลับแดนบวกและแดนลบก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1,627.43 จุด ลดลง 2.69 จุด (-0.16%) มูลค่าการซื้อขาย 30,926.03 ล้านบาท โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,636.20 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,625.06 จุด
นางวชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชีย เวลท์ กล่าวว่า ภาพรวมการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในต้นสัปดาห์นี้ จะเป็นลักษณะแกว่งตัวในกรอบแคบ แม้ว่าตลาดฯจะรับรู้ข่าวเชิงลบไปบ้างแล้วทั้งประเด็นทางการเมืองในประเทศจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติ และกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 61 ติดลบ 1.50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แต่บรรยากาศการลงทุนโดยรวม นักลงทุนยังชะลอการลงทุน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยลบที่อาจจะมีเข้ามาเพิ่มเติมในระยะถัดไป อาทิ ภายหลังการเลือกตั้งจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ขณะที่ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกมีโอกาสอ่อนตัว ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานที่เป็นกลุ่มชี้นำดัชนีฯ มีแรงขายสลับออกมา ส่งผลต่อการปรับตัวขึ้นของดัชนีฯมีอัพไซด์จำกัด
เช่นเดียวกับประเด็นสงครามการค้าจีนและสหรัฐฯ แม้จะคาดหวังการเจรจากัน แต่สถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่ได้ยุติ ทำให้เริ่มมีความกังวลว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะได้รับผลกระทบจากการส่งออกและการท่องเที่ยว หากเศรษฐกิจจีนเกิดภาวะชะลอตัวมากกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะมีการประคับประคองจากแรงซื้อเพื่อรับเงินปันผลในช่วงนี้
สำหรับทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ คาดแกว่งตัวในลักษณะใกล้เคียงกับวันนี้ เพราะยังขาดปัจจัยบวกใหม่กระตุ้นบรรยากาศการลงทุน คำแนะนำเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มกำไรเติบโตชัดเจน ประเมินแนวรับ 1,625 จุด และแนวต้าน 1,640 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,643.08 ล้านบาท ปิดที่ 47.25 บาท ลดลง 0.25 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 1,211.03 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท ลดลง 0.50 บาท
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,099.28 ล้านบาท ปิดที่ 120.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 868.74 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
TOP มูลค่าการซื้อขาย 805.41 ล้านบาท ปิดที่ 69.50 บาท ลดลง 1.50 บาท







