
ไตรมาส4ผลประกอบการผิดคาดกำไรบจ.ลดลง1.43%
ตลท.เผยผลประกอบการ บจ.ปี 2561 รายได้เพิ่มขึ้น 10.42% แต่กำไรลดลง 1.43% เหตุกำไรไตรมาส 4 ร่วง 40.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ตลท.เผยผลประกอบการ บจ.ปี 2561 รายได้เพิ่มขึ้น 10.42% แต่กำไรลดลง 1.43% เหตุกำไรไตรมาส 4 ร่วง 40.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2561 รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีรายได้รวมทั้งหมด 12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.42% จากปีก่อนที่ทำได้ 10.9 ล้านล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9.36 แสนล้านบาท ลดลง 1.43% จากปีก่อนที่ทำได้ 9.49 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ดี หากมองแยกเป็น บจ.ใน SET มีรายได้รวม 11.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.36% จากปีก่อนทำได้ 10.75 ล้านล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 9.31 แสนล้านบาท ลดลง 1.45% จากปีก่อนทำได้ 9.44 แสนล้านบาท ส่วน บจ.ใน mai มีรายได้รวม 1.74 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.64% ขณะที่มีกำไรสุทธิ 5,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.09% จากปีก่อน
"ปี 2561 บจ.มียอดขายเติบโตดีขึ้นตามเศรษฐกิจในประเทศ แต่เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงแรงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ส่งผล ให้ บจ.มีกำไรสุทธิลดลง 40.8% จาก ช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยเฉพาะหลักทรัพย์ ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีกำไรสุทธิลดลงจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงคลังตามทิศทางราคาน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีภัณฑ์และเหล็กส่งผลให้ภาพรวมกำไร บจ.ทั้งปีลดลง เมื่อเทียบกับในช่วง 9 เดือนแรกปี 2561 ที่รายงานกำไร สุทธิเติบโต 13%" นายแมนพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ดัชนีชี้วัดความสามารถทำกำไรอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานหลัก 9.09% และอัตรากำไรสุทธิ 7.40% ซึ่งเทียบกับ ปีก่อนที่ทำได้ 9.79% และ 8.25% ตามลำดับ ขณะที่ฐานะการเงินของกิจการ พบว่า อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) โดยไม่รวมอุตสาหกรรมการเงินปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.29 เท่า จากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 1.24 เท่า
สำหรับหมวดธุรกิจที่มีมูลค่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูง คือ หมวดธนาคารพาณิชย์ตามการขยายตัวของสินเชื่อและมีค่าใช้จ่ายเพื่อการสำรองหนี้เผื่อสงสัยจะสูญของธนาคารขนาดใหญ่ลดลง และหมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ที่เติบโตดีตามการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย







