posttoday

ส่องโอกาสตลาดยาไทย ขยายต่างแดนเสริมแกร่ง

05 มีนาคม 2562

สัดส่วนการส่งออกยาไปต่างประเทศมีเพียง 5% ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาต่างมองเห็นโอกาสการขยายตลาดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ยังไม่พัฒนา

โดย...จะเรียม สำรวจ

การแข่งขันของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทยยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะแข่งขันกับผู้ประกอบการในประเทศด้วยกันแล้ว ยังต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการยาในต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ คู่แข่งสำคัญที่น่ากลัวสำหรับอุตสาหกรรมยาไทย คือ อินเดีย เนื่องจากมาตรฐานการควบคุมคุณภาพยาในประเทศอินเดียไม่เข้มงวดเหมือนกับประเทศไทย จึงทำให้ราคายาค่อนข้างถูกกว่ายาที่ผลิตในประเทศไทย และทำให้หน่วยงานบางแห่งหันไปสั่งซื้อยาจากประเทศอินเดียเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ดี หากดูไปที่คุณภาพยาที่ได้มาตรฐาน GMP PIC/S ที่ ผู้ประกอบการยาทั้งในไทยและอินเดียได้รับมาเหมือนกัน จะเห็นว่าราคายาที่นำมาจำหน่ายจะราคาไม่แตกต่างกันมาก ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว หากภาครัฐมีการควบคุมมาตรฐานยาอย่างเข้มข้น และมีการหารือการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับผู้ประกอบการน่าจะทำให้อุตสาหกรรมยาของไทยมีการขยายตัวมากกว่า 1 เท่าตัว จากปัจจุบันมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ปีละประมาณ 7% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ การที่อุตสาหกรรมยาของไทยส่วนใหญ่เน้นการบริโภคภายในประเทศคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 95% ในจำนวนดังกล่าว 60% เป็นการขายผ่านโรงพยาบาลรัฐ 20% ขายผ่าน โรงพยาบาลเอกชน และ 20% ขายผ่านร้านขายยาทั่วประเทศ ก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมยาในประเทศไทยมีการขยายตัวไม่ดีพอ เนื่องจากยอดขายส่วนใหญ่ตกไปอยู่กับโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งใช้เวลาในการจัดซื้อจัดจ้างค่อนข้างนาน

รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการ กลุ่มโครงการ ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) ผู้จัดงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุม กล่าวว่า จากสัดส่วนการส่งออกยาไปทำตลาดต่างประเทศที่มีเพียง 5% จึงทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาต่างมองเห็นโอกาสการขยายตลาดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ยังไม่พัฒนา เช่น ซูดาน อเมริกาใต้ และแอฟริกาใต้ เป็นต้น

สำหรับตลาดหลักในการส่งออกยาของไทยในปัจจุบัน ยังคงเป็นกลุ่ม ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือซีแอลเอ็มวี อย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เนื่องจากยาของไทยมีราคาถูกกว่ายามาตรฐานเดียวกันในหลายประเทศ จึงทำให้ยาของประเทศไทยยังเป็นที่ต้องการในกลุ่มประเทศดังกล่าว

นอกจากจะมองหาโอกาสการขยายตลาดยาจากการส่งออกยาไปยังกลุ่ม ประเทศใหม่ๆ แล้ว ในส่วนของตลาดยาในประเทศไทยเองก็ยังสามารถขยายได้อีกมาก เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยในคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น และการที่ประเทศไทยสามารถเข้าถึงช่องทางการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้นผ่านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ภาครัฐมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ รวมไปถึงการส่งเสริมให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมยาผ่านบีโอไอ จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีที่ทำให้อุตสาหกรรมยาของไทยขยายตัว

รุ้งเพชร กล่าวอีกว่า เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมยาของไทยขยายตัว ดียิ่งขึ้น ล่าสุดบริษัทได้เตรียมจัดงาน แสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านส่วนผสมยาสำหรับเภสัชอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ CPhI South East Asia 2019 ในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ เพื่อให้ผู้ผลิตและผู้ค้ากว่า 270 รายจาก 25 ประเทศทั่วโลกได้มีโอกาสเจรจาธุรกิจร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

เตรียมจัด ‘บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 73’ ดันอัญมณีไทยสู่ฮับโลก คาดเงินสะพัด 150 ล้านดอลลาร์