
พลังงานลุ้นได้รับไฟเขียวตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ธ.ค.นี้
พลังงานลุ้นไอเออีเอไฟเขียวแผนตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยเดือนธ.ค.นี้ก่อนเสนอรัฐบาลตัดสนใจต้นปี54
พลังงานลุ้นไอเออีเอไฟเขียวแผนตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยเดือนธ.ค.นี้ก่อนเสนอรัฐบาลตัดสนใจต้นปี54
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเปิดสัมมนา เรื่อง “พลังงานนิวเคลียร์ ทางเลือกใหม่ของคามมั่นคงและรักษ์โลก” ว่า ในเดือนธ.ค.นี้ทางสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) จะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อทบทวนแผนเตรียมความพร้อมตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของไทย หลังจากก่อนหน้านี้ได้ให้คำแนะนำในบางประเด็นเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขโดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจกับชุมชนและการกำกับดูแลโรงไฟฟ้า ซึ่งหากไอเออีเอเห็นชอบกับแผนครั้งนี้แล้ว กระทรวงพลังงานจะนำเสนอต่อครม.เพื่อพิจารณาตัดสินใจอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2554
สำหรับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในทุกประเทศจะต้องได้รับการอนุมัติแผนการดำเนินการจากไอเออีเอก่อน เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักในการพิจารณาถึงความพร้อมในด้านความปลอดภัย และการกำกับดูแลระยะยาว ซึ่งกรณีของไทยอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ตลอดจนการเตรียมความพร้อม ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี (2551-2553) โดยภายในปีนี้จะสรุปแผนทั้งหมดรวมทั้งกำหนดสถานที่ตั้งให้ชัดเจนก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจจากรัฐบาลจะเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าหรือไม่
อย่างไรก็ตามในอนาคตไทยจะต้องมองหาแหล่งพลังงานทางเลือกไว้รองรับเพื่อการผลิตไฟฟ้า เนื่อจากปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า 70% จะทยอยลดลงและหมดในอีก 20 ปีข้างหน้า ทำให้ต้องกำหนดแผนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) จากต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่าเข้ามาทดแทน คาดวาจะเริ่มทยอยนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2554 ล็อตแรกจำนวน 5 แสนตันก่อน โดยมีเป้าหมายในระยะยาวต้องนำเข้าทั้งหมด 10 ล้านตัน
“นิวเคลียร์ถือเป็นพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอื่นที่เป็นฟอสซิลและต้องทยอยหมดลงไปในอนาคต ประกอบกับหากสำรองก๊าซฯในอ่าวไทยลดลง จนต้องนำเข้าแอลเอ็นจี จะกระทบต่อค่าไฟฟ้าแน่นอน เนื่องจากมีราคาที่แพงกว่า ซึ่งทั่วโลกต่างหันไปตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้รองรับ อย่างกรณีของจีนมีแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครั้งเดียวถึง 40 แห่ง ล่าสุด มาเลเซียจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์1แห่งติดกับชายแดนไทย ดังนั้นก็ควรจะหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และทำความเข้าใจถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น”นายณอคุณกล่าว
ส่วนข้อกังวลในเรื่องความปลอดภัยนั้น ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปสู่เจนเนอเรชั่นที่ 3 แล้ว ขณะเดียกวันก็มีองค์กรอย่างไอเออีเอทำหน้าที่ในการกลั่นกรองความพร้อมของการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในแต่ละประเทศ ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสียหายเหมือนในอดีต
นายณอคุณ กล่าวว่า หากเทียบต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า นิวเคลียร์มีต้นทุนที่ต่ำสุด คือ 2.79 บาท/หน่วย รองลงมาเป็นถ่านหิน 2.94 บาท ในขณะที่โรงไฟฟ้าประเภทความร้อน ใช้ก๊าซธรรมชาติ มีต้นทุนอยู่ที่ 4.34 บาท/หน่วย อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือการสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้นถึงความจำเป็นที่ต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องความปลอดภัยที่ยังสร้างความกังวลอยู่มาก







