posttoday
กลุ่มรับเหมาฯกำไรฟื้น

กลุ่มรับเหมาฯกำไรฟื้น

02 มีนาคม 2562

หุ้นรับเหมาก่อสร้างปี 2561 กำไร เกือบ 6,000 ล้าน

หุ้นรับเหมาก่อสร้างปี 2561 กำไร เกือบ 6,000 ล้าน เพิ่มขึ้น 122.48% STEC หรูสุดพลิกจากขาดทุน รองมา NWR ส่วนพี่ใหญ่ ITD ลด 25%

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ประกอบด้วย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ช.การช่าง (CK) อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) ซีฟโก้ (SEAFCO) และเด็มโก้ (DEMCO) ประกาศผลดำเนินงานปี 2561 มีกำไรสุทธิรวม 5,730.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122.48% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,575.53 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่กำไรเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุดคือ STEC มีกำไรสุทธิ 1,616.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364.70% จากปีก่อนที่ขาดทุน 610.82 ล้านบาท อันดับ 2 คือ NWR มีกำไรสุทธิ 418 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306% จากปีก่อนที่ขาดทุน 202.81 ล้านบาท SEAFCO มีกำไรสุทธิ 368.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.61% จากปีก่อนที่มีกำไร 210.7 ล้านบาท CK มีกำไรสุทธิ 2,494.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.80% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,810 ล้านบาท

ขณะที่บริษัทที่กำไรลดลงคือ ITD มีกำไรสุทธิ 305.62 ล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อนที่มีกำไร 412.62 ล้านบาท UNIQ มีกำไรสุทธิ 796.64 ล้านบาท ลดลง 10.49% จากปีก่อน ที่มีกำไร 890 ล้านบาท

นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการ CK เปิดเผยว่า ปี 2561 มีกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มมากขึ้นถึง 834.70 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 101.43 ล้านบาท เนื่องจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM มีกำไรจากการโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนสุทธิจากภาษี 2,030 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายการเงินที่ลดลงขณะที่รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 29,295.94 ล้านบาท ลดลง 18.45% เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเข้าสู่ช่วงปลายโครงการคณะกรรมการมีมติจ่ายปันผลเป็นเงินสดจำนวนหุ้นละ 0.30 บาท วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 8 พ.ค. 2562 วันที่จ่ายปันผลวันที่ 24 พ.ค. 2562 และเพิ่มวงเงินหุ้นกู้จาก 3.5 หมื่นล้านบาท เป็น 4.5 หมื่นล้านบาท

ทริส เรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ NWR ที่ระดับ “BBB-” พร้อมทั้งปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น “Stable” หรือ “คงที่” จาก “Negative” หรือ “ลบ” โดยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” สะท้อนถึงการคาดหวังว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทกลับมามีรายได้ในระดับเดิม โดยในปี 2561 บริษัทได้งานใหม่มูลค่ารวมประมาณ 1.25 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มูลค่างานที่ยังไม่ส่งมอบเพิ่มขึ้นเป็น 1.53 หมื่นล้านบาท

ทริสฯ คาดว่า บริษัทจะกลับมามีรายได้ประมาณ 9,000-1.2 หมื่นล้านบาท/ปี ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งมากกว่าประมาณการครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากบริษัทได้งานใหม่จากการเป็นผู้รับเหมาช่วง ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอัตรากำไรที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้น จึงยังคงมีมุมมองว่าบริษัทต้องให้ความสำคัญในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อที่จะเพิ่มกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

ทริสฯ คาดว่า บริษัทจะสามารถรักษาอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้)ได้สูงกว่า 6% จะมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 600-700 ล้านบาท/ปี และมีเงินทุนจากการดำเนินงานประมาณ 400 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน