
ปัดตั้งกองทุนการศึกษา
คลังค้านตั้งเป็นทุนหมุนเวียน ชี้สร้างความไม่เท่าเทียมการพัฒนาสถาบันศึกษารัฐ-เอกชน
คลังค้านตั้งเป็นทุนหมุนเวียน ชี้สร้างความไม่เท่าเทียมการพัฒนาสถาบันศึกษารัฐ-เอกชน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ได้รายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นรวมทั้งข้อกฎหมายในการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดม
ศึกษา มีมติไม่เห็นด้วยให้มีการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวขึ้นในลักษณะทุนหมุนเวียน
ทั้งนี้ เนื่องจากแหล่งที่มาของรายได้ส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้มาจากงบประมาณ คือขอจัดสรรให้เป็นรายปีเป็นการขอจัดสรรงบประมาณปกติจากวงเงินที่จัดสรรให้ในระดับอุดมศึกษาประมาณ 50% ของแผนงานพื้นฐาน แผนงานยุทธศาสตร์ และแผนงานบูรณาการ ขณะที่รายรับอื่นๆ ยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะสามารถกลับมาเป็นทุนหมุนเวียนได้
นอกจากนี้ การจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณจากเพื่อผลิตบัณฑิตและกำลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูงและตรงกับความต้องการของประเทศดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
สำหรับการแก้ปัญหาที่ถูกจุดต้องแก้ตั้งแต่การขอจัดตั้งงบประมาณผลิตบัณฑิตและกำลังคนของสถาบันอุดมศึกษาให้ตรงกับความต้องการของประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ โดยใช้ระบบการจัดสรรเงินงบประมาณปกติโดยไม่จำเป็นที่ต้องมีการจัดตั้งกองทุนแต่อย่างไร
รายงานของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ระบุว่า ในปี 2562 สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 81 แห่ง ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 1.04 แสนล้านบาท เป็นงบประมาณในแผนงานบุคลากรภาครัฐ จำนวน 6.88 หมื่นล้านบาท หรือ 60.47% งบดำเนินการในแผนงานพื้นฐาน แผนงานยุทธศาสตร์ แผนงานบูรณาการจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท หรือ 31.18% งบลงทุน 9,400 ล้านบาทหรือ 8.35%
อย่างไรก็ดี หาก สกอ.จะขอให้รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับกองทุนฯ 50% ของงบประมาณที่ภาครัฐจัดสรรให้กับสถาบันอุดมศึกษาในแต่ละปีนั้นจึงไม่สามารถทำได้ เพราะเงินจะถูกจัดสรรให้เฉพาะกับบุคลากรและมหาวิทยาลัยของรัฐนั้นเป็นความไม่เท่าเทียมในการพัฒนาสถาบันการศึกษาระหว่างรัฐกับเอกชน







