posttoday
กม.ประกัน(ใหม่) ปชช.ได้ประโยชน์?

กม.ประกัน(ใหม่) ปชช.ได้ประโยชน์?

19 กุมภาพันธ์ 2562

อีกไม่เกิน 180 วัน พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)

อีกไม่เกิน 180 วัน พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันชีวิต และ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัยฉบับใหม่ ก็มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังจากได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ถือได้ว่าเป็นข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งสำหรับผู้บริโภคด้านประกันภัย เมื่อล่าสุดวันที่ 14 ก.พ. 2562 ที่ประชุมสภานิติบัญบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิต และ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นร่างกฎหมายในกลุ่มที่ 1 ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอเรียบร้อยแล้ว

เป็นกฎหมายอีกหนึ่งฉบับที่มอบอำนาจให้กับหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และถูกปรับปรุงให้ทันสมัยกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันเพื่อดูแลคุ้มครองผู้บริโภคได้มากขึ้น

สำหรับ พ.ร.บ.ประกันทั้งสองฉบับในกลุ่มที่ 1 นี้ จะเป็นกลุ่มที่มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับประกันภัยโดยตรง โดยได้มีการเพิ่มบทบัญญัติการป้องกันและปราบปรามเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย

มีการปรับปรุงการกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทน/นายหน้าประกันภัยให้เข้มข้นขึ้น รวมทั้งการปรับปรุงมาตรการการลงโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งได้มีการเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นทั้งปรับและถึงขั้นจำคุก

อย่างไรก็ตาม หากจะแยกให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก็จะประกอบไปด้วย

1.การกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย ซึ่งที่ผ่านมามักจะสร้างความเสียหายให้กับผู้บริโภคที่ถูกหลอกลวงและมีมูลค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก เช่น การหลอกขายประกันภัยรถยนต์จากตัวแทนหรือบริษัทโบรกเกอร์เถื่อนต่างๆ โดยเอกสารที่ออกให้กับผู้บริโภคก็เป็นของปลอมทั้งหมด ที่แม้แต่บริษัทประกันที่ถูกอ้างชื่อไปก็ไม่ได้รับรู้ด้วย กว่าเรื่องจะแดงก็ต่อเมื่อเคลมประกันตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้

2.การกำหนดบทบัญญัติเพื่อรองรับการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในธุรกิจประกันภัย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในยุคดิจิทัลอย่างปัจจุบัน

3.การแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ประเมินวินาศภัย

4.การแก้ไขเพิ่มเติมคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของตัวแทน/นายหน้าประกันภัย

5.การกำหนดหน้าที่และความรับผิดของนิติบุคคล ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย

6.การกำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยต้องปฏิบัติตามและกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามตัวแทน/นายหน้าประกันภัยกระทำการตามที่กำหนด

7.การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติของตัวแทน/นายหน้าประกันภัย

8.การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการสั่งพักและเพิกถอนใบอนุญาต รวมทั้งการอุทธรณ์คำสั่งพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัย

9.การแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. ในฐานะแม่งานเรื่องนี้ กล่าวว่า ตัวกฎหมายใหม่ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยได้มากขึ้น โดยจะยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย เพื่อให้บริษัทประกันภัยมีการบริหารจัดการที่ดี มีความมั่นคงทางการเงิน สามารถประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน ปฏิบัติตามสัญญาที่มีไว้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดจนจะกำกับดูแลตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัย ซึ่งเป็นผู้ซึ่งให้บริการกับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดี รวมถึงป้องกันและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัย อันจะเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน

ส่งผลดีทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในระบบประกันภัย และใช้การประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในชีวิตให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อเตรียมการรองรับการบังคับใช้กฎหมายใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพแล้ว ทาง คปภ.ยังได้กำหนดกรอบเวลา แนวทางดำเนินการ โดยตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน และอยู่ระหว่างการยกร่างประกาศที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

และยังต้องมีการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจสาระสำคัญของบทบัญญัติที่มีการปรับปรุงแก้ไขของกฎหมายทั้งสองฉบับให้กับบุคลากรผู้บังคับใช้กฎหมายของ คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย ภาคการเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไป เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดประโยชน์สูงสุด

จึงจัดได้ว่าเป็นกฎหมายประกันภัยอีกฉบับ ที่หวังสร้างคุณประโยชน์ให้กับผู้บริโภคได้พอสมควร

อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของการขอแก้ไขกฎหมายประกันดังกล่าว ทาง คปภ.ได้มีการเสนอปรับปรุงกฎหมายแม่บทว่าด้วยการประกันภัย ทั้งในส่วนประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เพื่อแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

โดยแบ่งกลุ่มกฎหมายที่แก้ไขเป็น 3 กลุ่ม มีการนำเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งร่างกฎหมายกลุ่มที่ 1 ได้ผ่าน สนช.และเตรียมประกาศใช้อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว

แต่ในส่วนของร่างกฎหมายประกันภัยกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัท ยังผ่านแค่ความเห็นชอบจากบอร์ด คปภ. กระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาถ้อยคำของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำหรับร่างกฎหมายประกันภัยกลุ่มที่ 3 จะเป็นกลุ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการส่งเสริมการควบโอนกิจการและความรับผิดชอบของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัท ได้ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด คปภ.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนจะนำเสนอต่อกระทรวงการคลังต่อไป

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าร่างกฎหมายประกันภัยในกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 คงไม่สามารถผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ได้ทันเวลาในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.แล้ว คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามารับไม้ต่อและพิจารณากันต่อไปว่า จะดึงเรื่องกลับมาพิจารณาใหม่ทั้งหมด หรือสั่งเดินหน้าต่อไป

หากเห็นว่าร่างกฎหมายที่เหลือค้างจากรัฐบาลชุดเดิมอยู่นั้นเป็นประโยชน์กับประชาชนส่วนรวมก็อาจรีบเดินหน้าผลักดันให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว โดยเอาเรื่องการเมืองไว้เบื้องหลัง ดั่งที่ได้หาเสียงไว้เกือบทุกพรรคการเมืองว่า “จะยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง” ประชาชนถึงจะเชื่อใจนักการเมืองได้อย่างจริงใจ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน