posttoday
หุ้นกลุ่มชินวัตรวิ่งยกแผง

หุ้นกลุ่มชินวัตรวิ่งยกแผง

09 กุมภาพันธ์ 2562

ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลดลงทันทีทั้งจากปัจจัยต่างประเทศที่สหรัฐ

ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลดลงทันทีทั้งจากปัจจัยต่างประเทศที่สหรัฐจะไม่มีการหารือนอกรอบกับจีนกรณีการกีดกันการค้า ขณะที่ปัจจัยในประเทศถือว่าเป็นเหตุการณ์บิ๊กเซอร์ไพรส์ทางการเมือง หลังพรรคการเมืองมีการเปิดเผยแคนดิเดตตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยพรรคไทยรักษาชาติ เปิดตัว “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” เป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยหุ้นไทยเปิด ร่วงลงไปทันที 15.53 จุด และปิดตลาดที่ 1,651.68 จุด ลดลง 1.43 จุด

ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยเฉพาะเครือชินวัตร นำโดยบริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) และบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ไทยคม (THCOM) และแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ปรับตัวขึ้นแรงตลอดทั้งวันสวนดัชนีที่ดิ่งลง

ทั้งนี้ SC มี แพทองธาร ชินวัตร และพินทองทา ชินวัตร ซึ่งเป็นลูกสาวของทักษิณ ชินวัตร ถือหุ้นใหญ่รวมกันกว่า 57% มี บรรณพจน์ ดามาพงศ์ และพจมาน ดามาพงศ์ (อดีตภรรยาทักษิณ) ถือหุ้นรวมกันกว่า 7% ขณะที่ PR9 มี พจมาน ดามาพงศ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 37.44%

ขณะที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ซึ่งได้ประกาศผลดำเนินงานงวดปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิลดลง 1% พร้อมทั้งมีมุมมองว่า ปีนี้รายได้จะเติบโตเลขหลักเดียวระดับกลางและอัดงบลงทุน 2-2.5 หมื่นล้านบาท ในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มีมุมมองอย่างไรหลังเปิดตัวเลขออกมา

บล.เคจีไอ ระบุว่า จากการเปิดเผยของบริษัทที่คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตระดับหลักเดียว แต่จะรักษาระดับ EBITDA Margin ให้ได้เท่ากับปี 2561 แสดงว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นอีก จึงได้ปรับประมาณการรายได้ในปีนี้และปีหน้า ขึ้นอีก 3% ตามการเพิ่มจำนวนลูกค้า และเพิ่มประมาณการต้นทุน ขึ้นอีก 3% จากค่าจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการขยายโครงข่าย และปรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย เพิ่ม 2% ในปีนี้ และ 1% ในปีหน้า

“ประเมินกำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าจะลดลงจากเดิม 6% มาอยู่ที่ 2.92 หมื่นล้านบาท และ 2.98 หมื่นล้านบาทตามลำดับ แนะนำ ‘ซื้อ’ ราคาเป้าหมาย 208 บาท (เดิม 221 บาท) อิงวิธี DCF (WACC 8.2%) และจากเงินปันผลที่น่าสนใจ 6.88 บาท ในปี 2562 คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3.7%”

บล.เคทีบี คาดกำไรสุทธิปีนี้จะทรงตัวที่ 3 หมื่นล้านบาท สิ่งที่กังวลคือการแข่งขันที่มีโอกาสรุนแรงกว่าที่คาดไว้ จากการตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับเลขหลักเดียวกลางๆ แต่ต้องการ EBITDA Margin ในระดับเดียวกับปี 2561 ที่ 44% สะท้อนว่า ADVANC จะมีค่าใช้จ่ายที่อยู่ในอัตราเร่งสูงกว่ารายได้ โดยเฉพาะการตั้งงบค่าใช้จ่ายการตลาดที่สูงขึ้น แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 207 บาท อิงวิธี DCF (WACC 8.7% Terminal Growth 2%) ขณะนี้ยังอยู่ในช่วง Invesment Phase เพื่อเตรียมรับมือ 5จี และแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรง

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุ ได้ปรับลดกำไรปกติปีนี้ลง 4.5% และคาดกำไรสุทธิ จะอยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท โต 4.2% จากปีก่อน แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 208 บาท ปัจจุบันยังมีอัพไซด์ และมีเงินจ่ายปันผล 3.30 บาท ติดเป็นอัตราจ่ายเงินปันผลถึง 1.8%

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร